บทที่ 1 ลัคนาคืออะไร ราศีคืออะไร? รวมคำศัพท์โหราศาสตร์ที่ควรรู้

ขงเบ้ง
ขงเบ้ง สมาชิกยืนยันตัวตนเซียน
ดูบทความ ร้านพระ และข้อมูลสมาชิกของผู้เขียน
ผู้ติดตาม 4 คน
รูปประกอบ วิธีอ่านดวงกำเนิดเบื้องต้น เชื่อมดาว ราศี ภพ และมุมสัมพันธ์ให้เป็นเรื่องเดียวกัน
5 ครั้ง

ลัคนาคืออะไร ราศีคืออะไร? รวมคำศัพท์โหราศาสตร์ที่ควรรู้

เมื่อเริ่มศึกษาการดูดวง หลายคนมักสงสัยว่า “ราศี” กับ “ลัคนา” เหมือนกันหรือไม่ เหตุใดบางคนเกิดราศีหนึ่ง แต่เมื่อคำนวณลัคนากลับได้อีกหนึ่งราศี และทำไมคำทำนายจากแต่ละสำนักจึงอาจไม่เหมือนกัน

ความจริงแล้ว ราศีและลัคนาเป็นคนละส่วนของดวงชะตา แม้จะอาศัยจักรราศี 12 ราศีเหมือนกันก็ตาม การเข้าใจคำศัพท์พื้นฐานจึงช่วยให้เราอ่านคำพยากรณ์ได้ถูกต้องและไม่สับสน บทความนี้อธิบายคำศัพท์ตามกรอบความเชื่อและหลักการตีความทางโหราศาสตร์ ไม่ควรใช้คำพยากรณ์แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือใช้ตัดสินใจเรื่องสำคัญเพียงอย่างเดียว

ราศีคืออะไร?

จักรราศี คือวงสมมติบนท้องฟ้าตามแนวสุริยวิถี ซึ่งเป็นแนวที่มองเห็นดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์เคลื่อนผ่านเมื่อสังเกตจากโลก ในทางโหราศาสตร์แบ่งวงกลม 360 องศาออกเป็น 12 ราศี ราศีละ 30 องศา

เมื่อคนทั่วไปพูดว่า “ฉันเกิดราศีอะไร” ส่วนมากหมายถึง ราศีอาทิตย์ หรือราศีที่ดวงอาทิตย์สถิตอยู่ในวันเกิด

ตัวอย่างเช่น หากขณะเกิดดวงอาทิตย์อยู่ในราศีสิงห์ ก็เรียกว่าเป็นผู้เกิดราศีสิงห์ตามราศีอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม ราศีในทางโหราศาสตร์ไม่เหมือนกับขอบเขตของกลุ่มดาวจริงทั้งหมด เพราะกลุ่มดาวบนท้องฟ้ามีขนาดไม่เท่ากัน ขณะที่จักรราศีทางโหราศาสตร์แบ่งออกเป็น 12 ส่วนเท่าๆ กัน ส่วนสุริยวิถีในทางดาราศาสตร์คือแนวปรากฏที่ดาวเคราะห์มักมองเห็นเรียงตัวอยู่บนท้องฟ้า ตามคำอธิบายของ NASA และขอบเขตกลุ่มดาวทางดาราศาสตร์ได้รับการกำหนดอย่างเป็นทางการโดย สหพันธ์ดาราศาสตร์สากล

ลัคนาคืออะไร?

ลัคนา หรือ Ascendant คือจุดบนแนวสุริยวิถีที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ณ วัน เวลา และสถานที่เกิดของบุคคล

ในทางเทคนิค ลัคนาเป็น “จุดองศา” ไม่ใช่ราศีทั้งราศี ส่วนคำว่า ลัคนาราศี หมายถึงราศีที่จุดลัคนานั้นสถิตอยู่

ตัวอย่างเช่น หากคำนวณได้ว่าจุดลัคนาอยู่ที่ 18 องศาราศีกันย์ บุคคลนั้นจะมีลัคนาราศีกันย์ และมีองศาลัคนาอยู่ที่ 18 องศา

การคำนวณลัคนาต้องใช้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่

  • วัน เดือน และปีเกิด
  • เวลาเกิด โดยควรละเอียดถึงชั่วโมงและนาที
  • จังหวัดหรือสถานที่เกิด
  • เขตเวลาและการปรับเวลาท้องถิ่นในปีที่เกิด

ลัคนาเคลื่อนผ่านจักรราศีค่อนข้างเร็ว โดยเฉลี่ยคร่าวๆ ประมาณหนึ่งราศีต่อสองชั่วโมง แต่ไม่ได้ใช้เวลาเท่ากันทุกแห่งและทุกฤดูกาล เพราะขึ้นอยู่กับละติจูด เวลา และความเอียงของแนวสุริยวิถี

หากเกิดใกล้รอยต่อระหว่างสองราศี เวลาเกิดคลาดเคลื่อนเพียงไม่กี่นาทีอาจทำให้ลัคนาเปลี่ยนราศีได้ แต่หากไม่ได้อยู่ใกล้รอยต่อ ความคลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยมักเปลี่ยนเฉพาะองศาลัคนาเท่านั้น

ราศีกับลัคนาต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ ราศีอาทิตย์ ลัคนา
ใช้อะไรพิจารณา ตำแหน่งดวงอาทิตย์ขณะเกิด จุดจักรราศีที่ขึ้นทางทิศตะวันออก
ข้อมูลที่ต้องใช้ วัน เดือน และปีเกิด วัน เวลา และสถานที่เกิด
การเปลี่ยนตำแหน่ง โดยประมาณเดือนละหนึ่งราศี เปลี่ยนหลายราศีภายในหนึ่งวัน
ความหมายตามโหราศาสตร์ ตัวตนหลัก จุดมุ่งหมาย พลังชีวิต บุคลิกภายนอก วิธีเริ่มต้นชีวิต และจุดตั้งต้นของเรือนชะตา
การใช้อ่านดวง ใช้ดูภาพรวมเบื้องต้น ใช้วางเรือนหรือภพทั้ง 12 เพื่ออ่านดวงเฉพาะบุคคล

ดังนั้น คนสองคนที่เกิดวันเดียวกันอาจมีราศีอาทิตย์เหมือนกัน แต่มีลัคนาต่างกันเพราะเกิดคนละเวลา หรือเกิดคนละสถานที่

ราศีอาทิตย์ ราศีจันทร์ และลัคนา

ในการอ่านดวงกำเนิด มักพิจารณาสามส่วนสำคัญร่วมกัน ได้แก่

  • ราศีอาทิตย์ สื่อถึงตัวตนหลัก เจตจำนง ความภาคภูมิใจ และทิศทางที่ต้องการพัฒนาตนเอง
  • ราศีจันทร์ สื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึก ความเคยชิน ความต้องการความปลอดภัย และโลกภายใน
  • ลัคนา สื่อถึงวิธีแสดงออก บุคลิกที่ผู้อื่นเห็น การตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นจุดเริ่มต้นของเรือนชะตา

การอ่านเพียงราศีอาทิตย์จึงเป็นการมองภาพกว้าง ขณะที่การอ่านดวงเต็มรูปแบบต้องพิจารณาลัคนา ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์ เรือนชะตา และมุมสัมพันธ์ประกอบกัน

12 ราศีและความหมายเบื้องต้น

ราศี สัญลักษณ์ ธาตุ คุณภาพราศี ความหมายเชิงสัญลักษณ์
เมษ ไฟ จร การเริ่มต้น ความกล้า การลงมือทำ
พฤษภ ดิน สถิร ความมั่นคง ทรัพย์สิน คุณค่า
เมถุน ลม อุภย การสื่อสาร การเรียนรู้ ความหลากหลาย
กรกฎ น้ำ จร ครอบครัว การดูแล ความรู้สึก
สิงห์ ไฟ สถิร ความสร้างสรรค์ ตัวตน ความภาคภูมิใจ
กันย์ ดิน อุภย การวิเคราะห์ การจัดระบบ การบริการ
ตุล ลม จร ความสัมพันธ์ ความสมดุล ความยุติธรรม
พิจิก น้ำ สถิร ความลึกซึ้ง ความลับ การเปลี่ยนแปลง
ธนู ไฟ อุภย ความรู้ ความเชื่อ การเดินทางและการขยายตัว
มังกร ดิน จร หน้าที่ ความรับผิดชอบ โครงสร้าง
กุมภ์ ลม สถิร สังคม ความคิดใหม่ อิสรภาพ
มีน น้ำ อุภย จินตนาการ ความเข้าใจผู้อื่น จิตใจละเอียดอ่อน

คำสำคัญเหล่านี้เป็นเพียงความหมายเชิงสัญลักษณ์ ไม่สามารถใช้ตัดสินบุคลิกหรือชะตาชีวิตจากราศีเดียวได้

ธาตุทั้ง 4 ในโหราศาสตร์

ราศีทั้ง 12 แบ่งออกเป็นธาตุหลัก 4 กลุ่ม ได้แก่

  • ธาตุไฟ ได้แก่ เมษ สิงห์ และธนู สื่อถึงพลัง ความกระตือรือร้น ความกล้า และแรงบันดาลใจ
  • ธาตุดิน ได้แก่ พฤษภ กันย์ และมังกร สื่อถึงความมั่นคง ความเป็นรูปธรรม ทรัพย์สิน และการจัดการ
  • ธาตุลม ได้แก่ เมถุน ตุล และกุมภ์ สื่อถึงความคิด การสื่อสาร ความสัมพันธ์ และสังคม
  • ธาตุน้ำ ได้แก่ กรกฎ พิจิก และมีน สื่อถึงอารมณ์ สัญชาตญาณ ความผูกพัน และโลกภายใน

จรราศี สถิรราศี และอุภยราศี

นอกจากแบ่งตามธาตุแล้ว ยังแบ่งตามลักษณะการแสดงพลังได้อีกสามกลุ่ม

  • จรราศี ได้แก่ เมษ กรกฎ ตุล และมังกร สื่อถึงการริเริ่มและทำให้เกิดการเคลื่อนไหว
  • สถิรราศี ได้แก่ พฤษภ สิงห์ พิจิก และกุมภ์ สื่อถึงความมั่นคง การรักษาสภาพ และความแน่วแน่
  • อุภยราศี ได้แก่ เมถุน กันย์ ธนู และมีน สื่อถึงการปรับตัว ความยืดหยุ่น และการเปลี่ยนผ่าน

ภพหรือเรือนชะตาคืออะไร?

ภพ หรือ เรือนชะตา คือพื้นที่ 12 ส่วนของดวงชะตาที่ใช้แทนเรื่องต่างๆ ในชีวิต ลัคนาจะเป็นจุดตั้งต้นของภพที่ 1 ส่วนภพอื่นๆ จะเรียงต่อไปตามระบบเรือนที่เลือกใช้

ราศีกับภพจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน โดยอธิบายอย่างง่ายได้ว่า

  • ดาว หมายถึงพลังหรือสิ่งที่กำลังแสดงบทบาท
  • ราศี หมายถึงลักษณะหรือวิธีแสดงพลัง
  • ภพ หมายถึงพื้นที่ชีวิตที่พลังนั้นแสดงออก
  • มุมสัมพันธ์ หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างดาวหรือจุดต่างๆ

ความหมายของเรือนชะตาทั้ง 12 ภพ

ภพ ชื่อไทย เรื่องที่ใช้พิจารณา
1 ตนุ ตัวตน บุคลิก ร่างกาย สุขภาพ และการเริ่มต้นชีวิต
2 กดุมภะ การเงิน ทรัพย์สิน สิ่งสะสม ครอบครัวและคุณค่า
3 สหัชชะ พี่น้อง เพื่อนใกล้ชิด การสื่อสาร และการเดินทางใกล้
4 พันธุ บ้าน ครอบครัว รากฐาน ที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์
5 ปุตตะ บุตร ความคิดสร้างสรรค์ ความรัก การศึกษาและการเสี่ยง
6 อริ อุปสรรค หนี้สิน งานบริการ สุขภาพ โรคภัยและคู่แข่ง
7 ปัตนิ คู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญา คู่แข่งและความสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว
8 มรณะ วิกฤต การเปลี่ยนแปลง มรดก ทรัพย์สินร่วม และเรื่องเร้นลับ
9 ศุภะ ศาสนา ความเชื่อ ครู การศึกษาระดับสูง กฎหมายและการเดินทางไกล
10 กัมมะ อาชีพ การงาน หน้าที่ ความรับผิดชอบและสถานะทางสังคม
11 ลาภะ ผลสำเร็จ รายได้ ผลประโยชน์ เพื่อน กลุ่มและเครือข่าย
12 วินาศ รายจ่าย การสูญเสีย การพักฟื้น เบื้องหลัง ต่างแดนและสิ่งที่ซ่อนอยู่

ชื่อบางภพอาจพบการสะกดต่างกัน เช่น กดุมภะ–กฎุมพะ และสหัชชะ–สหัสชะ แต่หมายถึงเรือนลำดับเดียวกัน

คำว่า “มรณะ” หรือ “วินาศ” ไม่ควรแปลตรงตัวว่าเจ้าชะตาจะเสียชีวิตหรือเกิดภัยเสมอไป เพราะในทางพยากรณ์ยังสามารถหมายถึงการเปลี่ยนแปลง การสิ้นสุดวงจรเดิม ค่าใช้จ่าย การถอนตัว หรือเรื่องที่อยู่เบื้องหลังได้ การอ่านต้องพิจารณาดาว เจ้าเรือน มุมสัมพันธ์ และช่วงเวลาร่วมกัน

ระบบเรือนชะตา

การแบ่งเรือนชะตามีหลายระบบ ตัวอย่างเช่น

  • Whole Sign Houses ใช้ราศีที่ลัคนาสถิตเป็นเรือนที่ 1 ทั้งราศี แล้วเรียงราศีถัดไปเป็นเรือนต่อไป
  • Equal Houses แบ่งเรือนเท่ากันเรือนละ 30 องศา โดยเริ่มจากองศาลัคนา
  • Placidus คำนวณเรือนจากเวลาและการเคลื่อนที่ปรากฏบนท้องฟ้า ทำให้ขนาดของแต่ละเรือนไม่เท่ากัน

การใช้ระบบเรือนต่างกันอาจทำให้ดาวดวงเดียวกันอยู่คนละภพ จึงควรระบุระบบที่ใช้ทุกครั้ง

ดาวพระเคราะห์และเลขประจำดาวแบบไทย

ในภาษาโหราศาสตร์ คำว่า “ดาว” อาจรวมทั้งดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดาวเคราะห์จริง และจุดคำนวณทางดาราศาสตร์

เลข ดาว ความหมายเชิงสัญลักษณ์
1 อาทิตย์ ตัวตน อำนาจ เกียรติ ความมั่นใจ และพลังชีวิต
2 จันทร์ อารมณ์ จิตใจ ครอบครัว การดูแลและประชาชน
3 อังคาร การลงมือทำ ความกล้า การแข่งขันและความขัดแย้ง
4 พุธ ความคิด การสื่อสาร เอกสาร การค้าและข้อมูล
5 พฤหัสบดี ความรู้ ครู ศาสนา กฎหมาย คุณธรรมและการขยายตัว
6 ศุกร์ ความรัก ความสัมพันธ์ ศิลปะ ความสุขและคุณค่า
7 เสาร์ หน้าที่ ข้อจำกัด ความอดทน โครงสร้างและความล่าช้า
8 ราหู ความทะเยอทะยาน ความลุ่มหลง สิ่งแปลกใหม่และความผันผวน
9 เกตุ เรื่องละเอียดอ่อน จิตวิญญาณ ความแตกต่างและสิ่งที่จับต้องยาก
0 มฤตยู การเปลี่ยนแปลงฉับพลัน อิสรภาพ เทคโนโลยีและการปฏิรูป

ราหูและเกตุไม่ใช่ดาวเคราะห์ที่มีวัตถุจริงแบบดาวอังคารหรือดาวพฤหัสบดี ในโหราศาสตร์ภารตะใช้แทนจุดตัดวงโคจรของดวงจันทร์กับแนวสุริยวิถี แต่รายละเอียดของ “เกตุไทย” และวิธีคำนวณอาจแตกต่างจากเกตุในโหราศาสตร์ภารตะ จึงไม่ควรนำกฎของแต่ละสำนักมาปะปนกันโดยไม่ตรวจสอบ

โหราศาสตร์ตะวันตกสมัยใหม่ยังใช้ดาวเนปจูนและพลูโตเพิ่มเติม โดยทั่วไปเนปจูนสัมพันธ์กับจินตนาการ ความฝันและความคลุมเครือ ส่วนพลูโตสัมพันธ์กับอำนาจ วิกฤตและการเปลี่ยนแปลงในระดับลึก

ดวงกำเนิด พื้นดวง และดวงเดิม

ดวงกำเนิด หรือ Natal Chart คือผังตำแหน่งลัคนา ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวต่างๆ ณ วัน เวลา และสถานที่เกิด

คำว่า พื้นดวง หรือ ดวงเดิม หมายถึงโครงสร้างของดวงกำเนิดที่ใช้เป็นฐานในการวิเคราะห์ตัวตน ความถนัด ความสัมพันธ์ และแนวโน้มชีวิต

สำนักงานราชบัณฑิตยสภาอธิบายคำว่า “ดวง” ในความหมายทางโหราศาสตร์ว่าเป็นผังที่บรรจุสัญลักษณ์หรือตัวเลขแทนดาว เพื่อแสดงว่าขณะเกิดดาวแต่ละดวงอยู่ในราศีใด อ่านคำอธิบายเรื่องดวง

ดาวจรคืออะไร?

ดาวจร คือดาวที่กำลังเคลื่อนอยู่บนท้องฟ้าในวันหรือช่วงเวลาที่ต้องการพยากรณ์ เมื่อนำตำแหน่งดาวจรมาเปรียบเทียบกับลัคนา ดาวเดิม และเรือนในดวงกำเนิด จะเรียกการวิเคราะห์ลักษณะนี้ว่า การพยากรณ์ด้วยดาวจร หรือ Transit

ตัวอย่างคำที่พบบ่อย ได้แก่

  • ดาวจรทับลัคนา
  • ดาวจรย้ายราศี
  • ดาวจรเข้าภพกัมมะ
  • ดาวจรเล็งดาวเดิม
  • ดาวจรทำมุมกับดวงอาทิตย์กำเนิด

การจรหมายถึงการผ่านของดาวเคลื่อนที่เหนือจุดต่างๆ ในดวงกำเนิดตามคำอธิบายของ Astrodienst

ดาวพักรคืออะไร?

ดาวพักร หรือ Retrograde คือช่วงที่เมื่อมองจากโลกแล้ว ดาวเคราะห์ดูเสมือนเคลื่อนถอยหลังเมื่อเทียบกับฉากหลังของกลุ่มดาว ทั้งที่ดาวเคราะห์ไม่ได้กลับทิศทางการโคจรรอบดวงอาทิตย์จริงๆ ปรากฏการณ์นี้เกิดจากความแตกต่างของตำแหน่งและความเร็วในการโคจรของโลกกับดาวเคราะห์ดวงนั้น

ในทางโหราศาสตร์ แต่ละสำนักอาจตีความดาวพักรเป็นเรื่องการทบทวน ความล่าช้า การหวนกลับ หรือการแสดงพลังในลักษณะที่ไม่ตรงไปตรงมา ส่วนคำว่า “พักร” มีความหมายเกี่ยวกับการย้อนหรือถอยหลังตามคำอธิบายของ SciMath

เจ้าเรือนและดาวตนุลัคน์

เจ้าเรือน คือดาวที่เป็นผู้ครองราศีซึ่งอยู่ในเรือนนั้น

ตัวอย่างเช่น หากลัคนาอยู่ราศีเมษ ซึ่งมีดาวอังคารเป็นดาวประจำราศี ดาวอังคารจะเป็น เจ้าเรือนตนุ หรือเรียกว่า ดาวตนุลัคน์

ตำแหน่งของดาวตนุลัคน์มักถูกใช้พิจารณาทิศทางชีวิต สุขภาพ บุคลิก และความเข้มแข็งของเจ้าชะตา แต่ต้องอ่านร่วมกับราศี ภพ มุมสัมพันธ์ และคุณภาพของดาว

มุมสัมพันธ์ของดาว

มุมสัมพันธ์หรือ Aspect คือระยะห่างเชิงองศาระหว่างดาวหรือจุดสำคัญในดวงชะตา

คำศัพท์ ระยะโดยทั่วไป ความหมาย
กุมหรือทับ 0 องศา ดาวอยู่ร่วมจุดหรือใกล้กัน
โยค ใช้ได้หลายความหมาย ความสัมพันธ์หรือการส่งอิทธิพลถึงกันตามกฎของสำนัก
ฉาก 90 องศา ความตึงเครียด แรงผลัก หรือสิ่งที่ต้องจัดการ
ตรีโกณ 120 องศา ความสอดคล้องและพลังที่ไหลได้สะดวก
เล็ง 180 องศา การเผชิญหน้า ความสมดุล หรือแรงจากฝั่งตรงข้าม
เซ็กซ์ไทล์ 60 องศา โอกาสและความร่วมมือในโหราศาสตร์ตะวันตก

คำว่า ออร์บ หมายถึงระยะคลาดเคลื่อนจากมุมที่สมบูรณ์ เช่น มุมเล็งที่สมบูรณ์คือ 180 องศา แต่บางระบบอาจยอมรับช่วงใกล้เคียงตามค่าออร์บที่กำหนด

หลักมุมสัมพันธ์ของโหราศาสตร์ไทย ภารตะ และตะวันตกมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน จึงควรใช้กฎจากสำนักเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

ตำแหน่งมาตรฐานของดาว

คำต่อไปนี้ใช้กล่าวถึงคุณภาพหรือสถานะของดาวเมื่ออยู่ในราศีต่างๆ

  • เกษตร หมายถึงดาวอยู่ในราศีที่ตนเป็นเจ้าราศี สื่อถึงการแสดงคุณสมบัติได้มั่นคง
  • ประหรือประเกษตร หมายถึงดาวอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามกับเรือนเกษตร มักแสดงพลังได้ไม่เป็นธรรมชาติหรือไม่มั่นคง
  • อุจจ์ หมายถึงตำแหน่งที่ดาวได้รับการยกย่องว่ามีพลังสูงหรือโดดเด่น
  • นิจ หมายถึงตำแหน่งตรงข้ามอุจจ์ พลังของดาวอาจแสดงออกได้ยากหรือต้องพัฒนา
  • มหาจักร และ ราชาโชค เป็นตำแหน่งพิเศษตามตารางของโหราศาสตร์ไทย ใช้พิจารณาความสามารถในการสร้างผลสำเร็จหรือยกระดับสถานะ

ดาวได้ตำแหน่งสูงไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลดีทุกเรื่อง และดาวได้ตำแหน่งอ่อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ผลร้ายเสมอไป ต้องดูว่าดาวเป็นเจ้าเรือนใด อยู่ภพไหน และสัมพันธ์กับดาวใดบ้าง

ศุภเคราะห์และบาปเคราะห์

ศุภเคราะห์ หมายถึงดาวที่ตามธรรมชาติทางโหราศาสตร์มักให้ผลด้านการสนับสนุน ความราบรื่นหรือการเติบโต

บาปเคราะห์ หมายถึงดาวที่มักเกี่ยวข้องกับแรงกดดัน อุปสรรค ความเข้มข้นหรือบททดสอบ

คำว่า “ศุภ” และ “บาป” ไม่ควรแปลตรงๆ ว่าดาวดีหรือดาวชั่ว เพราะบาปเคราะห์ที่มีตำแหน่งเหมาะสมอาจให้ความกล้า ความอดทนและความสำเร็จ ขณะที่ศุภเคราะห์ที่เสียคุณภาพอาจทำให้เกิดความประมาทหรือความฟุ่มเฟือยได้

องศา ลิปดา และฟิลิปดา

ตำแหน่งดาวในจักรราศีวัดด้วยหน่วยมุม ได้แก่

  • 1 วงกลม เท่ากับ 360 องศา
  • 1 ราศี เท่ากับ 30 องศา
  • 1 องศา เท่ากับ 60 ลิปดา
  • 1 ลิปดา เท่ากับ 60 ฟิลิปดา

สมผุส หมายถึงค่าตำแหน่งเชิงมุมของดาวหรือลัคนาบนจักรราศี เช่น ดาวพฤหัสบดีสถิตที่ 12 องศา 30 ลิปดาราศีกรกฎ

นิรายนะ สายนะ และอายนางศะ

เหตุผลหนึ่งที่โปรแกรมหรือสำนักโหราศาสตร์คำนวณราศีไม่ตรงกัน คือการใช้ระบบจักรราศีต่างกัน

  • สายนะ หรือ Tropical Zodiac กำหนดจุดเริ่มต้นราศีเมษจากวสันตวิษุวัต จึงสัมพันธ์กับฤดูกาล นิยมใช้ในโหราศาสตร์ตะวันตก
  • นิรายนะ หรือ Sidereal Zodiac ปรับตำแหน่งจักรราศีให้สัมพันธ์กับแนวดาวคงที่ นิยมใช้ในโหราศาสตร์ไทยและภารตะหลายสำนัก
  • อายนางศะ คือค่ามุมที่ใช้ปรับความแตกต่างระหว่างระบบสายนะกับนิรายนะ

อายนางศะมีหลายสูตร เช่น ลาหิรี รามัน และกฤษณมูรติ การเลือกสูตรต่างกันอาจทำให้องศาดาวต่างกัน และอาจทำให้ดาวหรือลัคนาเปลี่ยนราศีได้เมื่ออยู่ใกล้รอยต่อ

นักษัตร นวางค์ และตรียางค์

  • นักษัตร คือการแบ่งแนวจักรราศีตามเส้นทางของดวงจันทร์ โดยระบบภารตะนิยมแบ่งเป็น 27 นักษัตร นักษัตรละ 13 องศา 20 ลิปดา
  • นวางค์ คือการแบ่งราศีหนึ่งออกเป็น 9 ส่วน ส่วนละ 3 องศา 20 ลิปดา ใช้สร้างดวงย่อยเพื่อพิจารณาคุณภาพของดาวและเรื่องเฉพาะด้าน
  • ตรียางค์ คือการแบ่งราศีหนึ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนละ 10 องศา

รายละเอียดการใช้ดวงย่อยเหล่านี้แตกต่างกันตามคัมภีร์และสำนัก จึงไม่ควรใช้ความหมายจากคนละระบบมารวมกันโดยไม่มีหลักอ้างอิง

ฤกษ์คืออะไร?

ฤกษ์ หมายถึงช่วงเวลาที่ได้รับการคัดเลือกให้เหมาะกับการเริ่มต้นกิจกรรม เช่น แต่งงาน เปิดกิจการ ขึ้นบ้านใหม่ เดินทาง หรือประกอบพิธี

การหาฤกษ์ไม่ได้พิจารณาเพียงวันดีหรือวันเสีย แต่ยังอาจดูตำแหน่งดวงจันทร์ นักษัตร ลัคนาฤกษ์ ดาวเจ้าเรือน มุมสัมพันธ์ และความเข้ากันกับดวงของผู้ใช้ฤกษ์

คำว่า ฤกษ์ทั่วไป หมายถึงเวลาที่พิจารณาจากสภาพดาวโดยรวม ส่วน ฤกษ์เฉพาะบุคคล จะนำข้อมูลวัน เวลา และสถานที่เกิดของบุคคลมาประกอบด้วย

ทักษาคืออะไร?

ทักษาเป็นหลักโหราศาสตร์ไทยที่ใช้ดาวประจำวันเกิดมาจัดลงในภูมิทั้ง 8 ได้แก่

  • บริวาร
  • อายุ
  • เดช
  • ศรี
  • มูละ
  • อุตสาหะ
  • มนตรี
  • กาลกิณี

ทักษามักใช้พิจารณาคุณสมบัติของดาว การตั้งชื่อ การเลือกอักษร และเรื่องมงคลบางประเภท แต่เป็นคนละระบบกับการวางลัคนาและเรือนชะตา

คำศัพท์สำคัญที่พบบ่อย

  • เจ้าชะตา หมายถึงบุคคลที่เป็นเจ้าของดวงกำเนิด
  • ดาวเดิม หมายถึงตำแหน่งดาวในขณะเกิด
  • ดาวจร หมายถึงตำแหน่งดาวในวันที่ต้องการพยากรณ์
  • ดาวยกหรือดาวย้าย หมายถึงดาวเคลื่อนเข้าสู่อีกราศีหนึ่ง
  • ดาวสถิต หมายถึงดาวตั้งอยู่ในราศีหรือภพใดภพหนึ่ง
  • ดวงสมพงศ์ หมายถึงการเปรียบเทียบดวงของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป
  • ดวงเมือง หมายถึงดวงที่ผูกขึ้นจากเวลาสถาปนาหรือเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง
  • ดวงฤกษ์ หมายถึงดวงของเวลาที่เลือกใช้เริ่มต้นเหตุการณ์
  • เอเฟเมอริส หมายถึงตารางตำแหน่งดาวตามวันและเวลา
  • คราส หมายถึงสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคา ซึ่งบางสำนักนำมาใช้ประกอบการพยากรณ์
  • ASC หมายถึงลัคนาหรือจุดขึ้นทางทิศตะวันออก
  • DSC หมายถึงจุดตรงข้ามลัคนาทางทิศตะวันตก
  • MC หมายถึงจุดยอดฟ้าหรือ Midheaven ซึ่งเกี่ยวข้องกับทิศทางสาธารณะและอาชีพในโหราศาสตร์ตะวันตก
  • IC หมายถึงจุดตรงข้าม MC ซึ่งเกี่ยวข้องกับบ้าน รากฐานและพื้นที่ส่วนตัว

หากไม่ทราบเวลาเกิด จะดูลัคนาได้หรือไม่?

หากไม่ทราบเวลาเกิด ยังสามารถตรวจสอบตำแหน่งดวงอาทิตย์และดาวที่เคลื่อนช้าได้ แต่ไม่ควรยืนยันลัคนาและเรือนชะตา เพราะลัคนาขึ้นอยู่กับเวลาและสถานที่โดยตรง

ดวงจันทร์อาจเปลี่ยนราศีภายในวันเดียวกัน ดังนั้นในวันที่ดวงจันทร์อยู่ใกล้รอยต่อ การไม่ทราบเวลาเกิดอาจทำให้ระบุราศีจันทร์ไม่ได้อย่างแน่นอนด้วย

นักโหราศาสตร์บางสำนักใช้วิธี ปรับเวลาเกิด หรือ Birth Time Rectification โดยนำเหตุการณ์สำคัญในชีวิตมาเปรียบเทียบเพื่อประมาณเวลาเกิด แต่วิธีนี้ยังเป็นการประเมินตามหลักของสำนัก ไม่ใช่ข้อมูลเวลาเกิดที่ยืนยันจากเอกสาร

ทำไมแต่ละสำนักคำนวณดวงไม่ตรงกัน?

ความแตกต่างอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่

  1. ใช้ระบบสายนะหรือนิรายนะต่างกัน
  2. ใช้ค่าอายนางศะคนละสูตร
  3. ใช้ระบบเรือนชะตาต่างกัน
  4. ใช้พิกัดสถานที่เกิดไม่ตรงกัน
  5. แปลงเขตเวลาหรือเวลาท้องถิ่นผิด
  6. ใช้เวลาเกิดโดยประมาณ
  7. ใช้หลักการตีความจากคนละคัมภีร์
  8. ใช้ราหูจริง ราหูเฉลี่ย หรือวิธีคำนวณเกตุต่างกัน

ดังนั้น ก่อนเปรียบเทียบผลจากสองแหล่ง ควรตรวจสอบก่อนว่าทั้งสองแหล่งใช้ระบบคำนวณเดียวกันหรือไม่

ควรอ่านดวงอย่างไรไม่ให้สับสน?

การอ่านดวงที่เหมาะสมไม่ควรตัดสินจากดาวเพียงดวงเดียวหรือภพเพียงภพเดียว แต่ควรพิจารณาตามลำดับดังนี้

  1. ตรวจสอบวัน เวลา สถานที่เกิดและระบบคำนวณ
  2. พิจารณาลัคนา องศาลัคนา และดาวตนุลัคน์
  3. พิจารณาดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวสำคัญ
  4. ดูราศี ภพ เจ้าเรือน และตำแหน่งมาตรฐานของดาว
  5. ตรวจสอบมุมสัมพันธ์ระหว่างดาว
  6. เมื่อต้องการพยากรณ์ช่วงเวลา จึงนำดาวจรมาประกอบ
  7. สรุปเป็นภาพรวมโดยไม่ใช้ตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งตัดสินทั้งหมด

สรุป

ราศีและลัคนาไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ราศีที่คนทั่วไปกล่าวถึงมักหมายถึงราศีอาทิตย์ ซึ่งหาได้จากตำแหน่งดวงอาทิตย์ในวันเกิด ส่วนลัคนาคือจุดที่จักรราศีกำลังขึ้นทางทิศตะวันออก ณ เวลาและสถานที่เกิด และเป็นจุดตั้งต้นสำหรับวางเรือนชะตา

หากต้องการอ่านคำทำนายทั่วไป ราศีอาทิตย์อาจเพียงพอสำหรับการดูภาพกว้าง แต่หากต้องการวิเคราะห์ดวงเฉพาะบุคคล จำเป็นต้องใช้วัน เวลา สถานที่เกิด ลัคนา ตำแหน่งดาว เรือนชะตา มุมสัมพันธ์ และระบบคำนวณที่ระบุไว้อย่างชัดเจน

โหราศาสตร์จึงไม่ใช่การดูความหมายจากคำใดคำหนึ่งอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นการนำองค์ประกอบหลายส่วนมาประกอบและตีความให้สัมพันธ์กันทั้งดวง