เจาะลึก 12 ภพในโหราศาสตร์ไทย วิธีอ่านเรือนชะตาและดาวเจ้าเรือน
ในบทที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้วิธีอ่านดวงกำเนิดจากลัคนา ดาว ราศี ภพ และมุมสัมพันธ์แล้ว บทนี้จะพาไปทำความเข้าใจ เรือนชะตาทั้ง 12 ภพ ให้ละเอียดขึ้น พร้อมเรียนรู้วิธีอ่านดาวเจ้าเรือน ภพว่าง ภพที่มีดาวหลายดวง และความสัมพันธ์ระหว่างภพต่างๆ
หัวใจสำคัญคือ ภพไม่ได้ทำหน้าที่บอกว่าบุคคลจะพบเรื่องดีหรือร้ายทันที แต่บอกว่า พลังของดาวกำลังแสดงออกในพื้นที่ใดของชีวิต
สามารถจำหลักพื้นฐานได้ดังนี้
- ดาว หมายถึงพลังหรือตัวแสดง
- ราศี หมายถึงลักษณะการแสดงออก
- ภพ หมายถึงพื้นที่ชีวิต
- ดาวเจ้าเรือน หมายถึงผู้ดูแลเรื่องของภพ
- มุมสัมพันธ์ หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังต่างๆ
- ดาวจร หมายถึงช่วงเวลาที่เรื่องนั้นได้รับการกระตุ้น
เนื้อหานี้อธิบายตามหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์ ไม่ควรใช้คำพยากรณ์แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือใช้ตัดสินอนาคตของบุคคลอย่างตายตัว
ภพหรือเรือนชะตาคืออะไร?
ภพ หรือเรือนชะตา คือการแบ่งผังดวงออกเป็น 12 ส่วน เพื่อแทนหัวข้อสำคัญในชีวิต ตั้งแต่ตัวตน การเงิน ครอบครัว ความรัก การงาน ไปจนถึงเรื่องเบื้องหลังและการเปลี่ยนผ่าน
เมื่อคำนวณลัคนาแล้ว ราศีหรือจุดที่ลัคนาสถิตจะถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของภพที่ 1 หรือภพตนุ แล้วจึงนับต่อไปจนครบ 12 ภพ หลักการนับและความหมายของภพในโหราศาสตร์ไทยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ ความหมายของภพ
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของเรือนอาจแตกต่างกันตามระบบที่เลือกใช้ เช่น Whole Sign, Equal Houses หรือ Placidus โดยระบบ Whole Sign จะถือว่าราศีที่ลัคนาสถิตเป็นภพที่ 1 ทั้งราศี แล้วนับราศีถัดไปเป็นภพต่อไปตามลำดับ ดังที่อธิบายไว้ใน ภาพรวมระบบเรือนชะตาของ Astrodienst
ราศีกับภพไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการคิดว่าราศีทั้ง 12 ตรงกับภพทั้ง 12 แบบตายตัว เช่น ราศีเมษต้องเป็นภพตนุ หรือราศีมังกรต้องเป็นภพกัมมะเสมอ
ความจริงแล้วตำแหน่งของภพขึ้นอยู่กับลัคนาของเจ้าชะตา
ตัวอย่างเช่น หากบุคคลมีลัคนาราศีกันย์ และใช้ระบบ Whole Sign
| ภพ | ราศี |
|---|---|
| ตนุ | กันย์ |
| กดุมภะ | ตุล |
| สหัชชะ | พิจิก |
| พันธุ | ธนู |
| ปุตตะ | มังกร |
| อริ | กุมภ์ |
| ปัตนิ | มีน |
| มรณะ | เมษ |
| ศุภะ | พฤษภ |
| กัมมะ | เมถุน |
| ลาภะ | กรกฎ |
| วินาศ | สิงห์ |
ดังนั้น ราศีเมษในดวงตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นภพตนุ แต่เป็นภพมรณะ เพราะลัคนาเริ่มต้นที่ราศีกันย์
สรุปความหมายของเรือนชะตาทั้ง 12 ภพ
| ลำดับ | ชื่อภพ | ความหมายหลัก |
|---|---|---|
| 1 | ตนุ | ตัวตน บุคลิก ร่างกายและทิศทางชีวิต |
| 2 | กดุมภะ | การเงิน ทรัพย์สิน สิ่งสะสมและคุณค่า |
| 3 | สหัชชะ | พี่น้อง เพื่อน การสื่อสารและการเดินทางใกล้ |
| 4 | พันธุ | บ้าน ครอบครัว รากฐานและอสังหาริมทรัพย์ |
| 5 | ปุตตะ | บุตร ความคิดสร้างสรรค์ ความรักและการเริ่มต้นสิ่งใหม่ |
| 6 | อริ | อุปสรรค หนี้สิน สุขภาพ งานประจำและการแข่งขัน |
| 7 | ปัตนิ | คู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญาและความสัมพันธ์ |
| 8 | มรณะ | วิกฤต การเปลี่ยนแปลง มรดกและทรัพย์สินร่วม |
| 9 | ศุภะ | ศาสนา ความเชื่อ ครู การศึกษาสูงและการเดินทางไกล |
| 10 | กัมมะ | อาชีพ การกระทำ หน้าที่และสถานะทางสังคม |
| 11 | ลาภะ | ผลสำเร็จ รายได้ ผลประโยชน์ กลุ่มและเครือข่าย |
| 12 | วินาศ | รายจ่าย เบื้องหลัง การพักฟื้น ต่างแดนและการปล่อยวาง |
ภพที่ 1 ตนุ — ตัวตนและจุดเริ่มต้นชีวิต
ภพตนุเป็นภพที่ตั้งของลัคนา จึงเป็นตัวแทนหลักของเจ้าชะตา
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- รูปร่างและลักษณะภายนอก
- บุคลิกและวิธีแสดงตัว
- สุขภาพและความแข็งแรงพื้นฐาน
- วิธีเริ่มต้นสิ่งต่างๆ
- มุมมองที่มีต่อตนเอง
- ทิศทางและรูปแบบการดำเนินชีวิต
วิธีอ่านภพตนุ
- ดูว่าลัคนาอยู่ราศีใด
- หาดาวเจ้าเรือนลัคนาหรือดาวตนุลัคน์
- ดูว่าดาวตนุลัคน์ไปอยู่ภพใด
- ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพตนุ
- ตรวจสอบดาวที่กุมหรือทำมุมถึงลัคนา
- พิจารณาองศาและคุณภาพของดาวตนุลัคน์
หากมีดาวหลายดวงอยู่ในภพตนุ ดาวเหล่านั้นมักปรากฏผ่านบุคลิก การแสดงออก หรือวิธีที่เจ้าชะตารับมือกับชีวิตอย่างชัดเจน
ดาวเสาร์อยู่ภพตนุอาจเพิ่มความจริงจัง ความรับผิดชอบ หรือความระมัดระวัง ส่วนดาวพฤหัสบดีอาจเพิ่มความสนใจด้านความรู้ ความเชื่อและการพัฒนา แต่ต้องพิจารณาราศี ความเป็นเจ้าเรือนและมุมสัมพันธ์ร่วมด้วย
ภพที่ 2 กดุมภะ — ทรัพย์สินและคุณค่าที่ครอบครอง
ภพกดุมภะเกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่เจ้าชะตาหามา เก็บรักษา หรือถือครอง
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- รายได้และกระแสเงิน
- ทรัพย์สินส่วนตัว
- เงินออมและสิ่งสะสม
- วิธีหาและใช้เงิน
- คุณค่าและความมั่นคงในชีวิต
- ครอบครัวหรือสิ่งที่ติดตัวมาในบางตำรา
- อาหาร การบริโภคและคำพูดในบางระบบ
วิธีอ่านภพกดุมภะ
อย่าดูเพียงว่ามีดาวอะไรอยู่ในภพนี้ แต่ควรตรวจสอบว่า
- เจ้าเรือนกดุมภะคือดาวอะไร
- เจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
- เจ้าเรือนมีคุณภาพและมุมสัมพันธ์อย่างไร
- มีความสัมพันธ์กับภพลาภะและภพกัมมะหรือไม่
- มีดาวจรเข้ามากระตุ้นเมื่อใด
ตัวอย่างเช่น เจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจหมายถึงรายได้เชื่อมโยงกับงาน อาชีพหรือชื่อเสียง
หากเจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพปัตนิ รายได้อาจเชื่อมโยงกับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้า หรือสัญญา
การมีดาวศุภเคราะห์ในภพกดุมภะไม่ได้รับประกันว่าจะร่ำรวย และการมีบาปเคราะห์ก็ไม่ได้แปลว่าจะยากจน เพราะต้องพิจารณาพฤติกรรมการใช้เงิน โอกาสทางอาชีพและดาวเจ้าเรือนร่วมด้วย
ภพที่ 3 สหัชชะ — การสื่อสารและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
คำว่า “สหัชชะ” มีความหมายเกี่ยวกับผู้ที่เกิดหรือเติบโตร่วมกัน จึงสัมพันธ์กับพี่น้อง เพื่อน คนใกล้ชิดและสังคมรอบตัว
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- พี่น้องและญาติใกล้ชิด
- เพื่อนและคนในสังคมใกล้ตัว
- การพูด การเขียนและการสื่อสาร
- ข่าวสารและข้อมูล
- การตลาด ตัวแทนและนายหน้า
- การเรียนรู้พื้นฐาน
- การเดินทางระยะใกล้
- ความกล้าและความพยายามในบางระบบ
วิธีอ่านภพสหัชชะ
หากดาวพุธหรือเจ้าเรือนที่เกี่ยวข้องมีคุณภาพเหมาะสม อาจเพิ่มความสามารถด้านภาษา การสื่อสาร การเจรจาหรือข้อมูล
หากดาวอังคารสัมพันธ์กับภพนี้ การสื่อสารอาจตรง รวดเร็วหรือมีการแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการทะเลาะเสมอไป เพราะดาวอังคารยังหมายถึงความกล้าและการลงมือทำได้ด้วย
เจ้าเรือนสหัชชะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการสื่อสาร การขาย สื่อ การตลาด การเดินทางหรือเครือข่ายใกล้ตัว
ภพที่ 4 พันธุ — บ้าน ครอบครัวและรากฐาน
ภพพันธุเป็นพื้นที่ของความมั่นคงภายใน ชีวิตส่วนตัวและสิ่งที่เป็นรากฐานของเจ้าชะตา
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- บ้านและที่อยู่อาศัย
- ครอบครัวและบรรยากาศภายในบ้าน
- บ้านเกิดและภูมิลำเนา
- ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
- ยานพาหนะในบางตำรา
- ความรู้สึกมั่นคงภายใน
- ชีวิตส่วนตัว
- ผู้ปกครองหรือบุพการี
โหราศาสตร์แต่ละสำนักอาจกำหนดตัวแทนของบิดาและมารดาต่างกัน บางสำนักใช้ภพพันธุพิจารณามารดา ขณะที่บางตำราไทยอาจขยายความไปถึงบิดา ญาติและหลักฐานของครอบครัว จึงควรใช้หลักของสำนักเดียวกันอย่างต่อเนื่อง
วิธีอ่านภพพันธุ
หากเจ้าเรือนพันธุไปอยู่ภพกัมมะ เรื่องครอบครัว บ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อาจเชื่อมโยงกับอาชีพ
หากเจ้าเรือนกัมมะกลับมาอยู่ภพพันธุ อาจหมายถึงการทำงานที่บ้าน ธุรกิจครอบครัว งานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หรือการให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าสถานะภายนอก
ดาวเสาร์ในภพพันธุอาจสื่อถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบหรือโครงสร้างในครอบครัว แต่ก็อาจหมายถึงความมั่นคงที่ต้องสร้างขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ควรแปลเป็นความทุกข์ในครอบครัวเพียงอย่างเดียว
ภพที่ 5 ปุตตะ — การสร้างสรรค์ บุตรและสิ่งที่เริ่มต้นขึ้น
คำว่า “ปุตตะ” สัมพันธ์กับบุตร แต่ความหมายของภพนี้กว้างกว่าการมีลูก
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- บุตรและผู้ที่อยู่ในการดูแล
- ความคิดสร้างสรรค์
- ความรักแบบโรแมนติก
- ความสนุก งานอดิเรกและการแสดงออก
- การศึกษาและสติปัญญาบางด้าน
- การเริ่มต้นกิจการหรือโครงการ
- การเสี่ยงและการเก็งกำไร
- ผลงานที่เจ้าชะตาสร้างขึ้น
สิ่งที่เราให้กำเนิดอาจเป็นลูก ผลงาน ธุรกิจ ความคิด งานศิลปะ หรือโครงการใหม่ก็ได้
วิธีอ่านภพปุตตะ
หากเจ้าเรือนปุตตะไปอยู่ภพกัมมะ ความคิดสร้างสรรค์ การสอน งานบันเทิง ผลงานหรือเรื่องบุตรอาจสัมพันธ์กับอาชีพ
หากเจ้าเรือนปุตตะไปอยู่ภพลาภะ ผลงานอาจนำไปสู่รายได้ การยอมรับหรือเครือข่าย
เรื่องบุตรไม่ควรพยากรณ์จากภพปุตตะเพียงจุดเดียว และไม่ควรใช้ดวงชะตายืนยันภาวะเจริญพันธุ์หรือปัญหาสุขภาพแทนการตรวจทางการแพทย์
ภพที่ 6 อริ — อุปสรรค งานประจำและสิ่งที่ต้องแก้ไข
คำว่า “อริ” หมายถึงสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์หรือทำให้ต้องต่อสู้ ภพนี้จึงเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ต้องจัดการในชีวิตประจำวัน
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- อุปสรรคและข้อขัดแย้ง
- คู่แข่งและศัตรู
- หนี้สินและภาระ
- สุขภาพและโรคภัย
- งานประจำและงานบริการ
- ผู้ใต้บังคับบัญชา
- วินัยและกิจวัตร
- การแก้ปัญหา
ภพอริไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้เสมอไป เพราะยังแสดงถึงความสามารถในการทำงาน ฝึกฝน รับผิดชอบและเอาชนะอุปสรรค
วิธีอ่านภพอริ
ดาวอังคารในภพอริอาจเพิ่มการแข่งขัน ความกล้าและความพร้อมต่อสู้กับปัญหา แต่ถ้าแสดงออกไม่เหมาะสมก็อาจเพิ่มความขัดแย้ง
ดาวเสาร์ในภพอริอาจหมายถึงภาระที่ยาวนาน งานที่ต้องใช้ความอดทน หรือความสามารถในการสร้างวินัย
เจ้าเรือนอริไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการแก้ปัญหา การแข่งขัน งานบริการ สุขภาพ กฎหมาย หรือการรับผิดชอบภาระของผู้อื่น
ไม่ควรวินิจฉัยโรคจากดวงชะตา หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์
ภพที่ 7 ปัตนิ — คู่ครอง หุ้นส่วนและความสัมพันธ์
ภพปัตนิอยู่ตรงข้ามภพตนุ จึงเป็นพื้นที่ของ “ผู้อื่น” ที่เจ้าชะตาต้องเผชิญหรือสร้างความสัมพันธ์ด้วยโดยตรง
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- คู่ครองและความสัมพันธ์ระยะยาว
- หุ้นส่วนทางธุรกิจ
- ลูกค้าและผู้ร่วมสัญญา
- การเจรจาและข้อตกลง
- คู่แข่งขันแบบเปิดเผย
- คู่ความและข้อพิพาท
- คุณสมบัติที่เจ้าชะตามองหาในผู้อื่น
วิธีอ่านภพปัตนิ
การพิจารณาความรักและการแต่งงานควรดูร่วมกันอย่างน้อย ได้แก่
- ราศีที่อยู่ในภพปัตนิ
- ดาวเจ้าเรือนปัตนิ
- ภพที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิไปสถิต
- ดาวที่อยู่ในภพปัตนิ
- ดาวศุกร์ ดวงจันทร์และดาวที่เกี่ยวข้อง
- มุมสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเรือนตนุกับเจ้าเรือนปัตนิ
- ดาวจรหรือระบบพยากรณ์เวลา
ภพปัตนิว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่ครอง ให้ตามไปดูดาวเจ้าเรือนปัตนิแทน
เจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพกัมมะ อาจหมายถึงคู่ครองหรือหุ้นส่วนสัมพันธ์กับงาน ส่วนเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพพันธุอาจเชื่อมความสัมพันธ์กับบ้าน ครอบครัวหรืออสังหาริมทรัพย์
ภพที่ 8 มรณะ — วิกฤตและการเปลี่ยนผ่าน
ชื่อ “มรณะ” ทำให้หลายคนรู้สึกกลัว แต่ภพนี้ไม่ได้หมายถึงความตายทางกายเพียงอย่างเดียว และไม่ควรใช้พยากรณ์การเสียชีวิตจากปัจจัยเดียว
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- วิกฤตและจุดเปลี่ยน
- การจบลงของวงจรเดิม
- การเปลี่ยนแปลงภายใน
- มรดกและทรัพย์สินจากผู้อื่น
- หนี้ สินเชื่อ ภาษีและประกัน
- ทรัพย์สินร่วมกับคู่ครอง
- ความลับและเรื่องที่ค้นหาได้ยาก
- การวิจัยและสิ่งเร้นลับ
- การฟื้นตัวหลังความสูญเสีย
วิธีอ่านภพมรณะ
เจ้าเรือนมรณะไปอยู่ภพกดุมภะ อาจเชื่อมการเงินส่วนตัวกับทรัพย์สินร่วม มรดก หนี้ ภาษีหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพมรณะ อาจสัมพันธ์กับงานวิจัย การเงิน ประกัน ภาษี การแพทย์เชิงวิเคราะห์ งานฟื้นฟู งานที่ต้องจัดการวิกฤต หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับ ทั้งนี้ต้องดูดาวและองค์ประกอบอื่นประกอบ
ดาวในภพมรณะไม่จำเป็นต้องให้ผลร้าย แต่พลังของดาวอาจแสดงออกผ่านสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง
ภพที่ 9 ศุภะ — ความรู้ ความเชื่อและการเดินทางไกล
คำว่า “ศุภะ” หมายถึงสิ่งที่ดีงามหรือเป็นมงคล ภพนี้สัมพันธ์กับการขยายโลกทัศน์และการค้นหาความหมายที่สูงขึ้น
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- ศาสนาและความเชื่อ
- ปรัชญาและคุณธรรม
- ครู อาจารย์และผู้ใหญ่
- การศึกษาระดับสูง
- กฎหมายและระเบียบ
- การเผยแพร่ความรู้
- การเดินทางไกล
- ต่างประเทศและต่างวัฒนธรรม
- บิดาหรือบุคคลต้นแบบในบางสำนัก
- บุญ วาสนาและการคุ้มครองตามความเชื่อ
วิธีอ่านภพศุภะ
เจ้าเรือนศุภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการศึกษา กฎหมาย ศาสนา การสอน การต่างประเทศหรือการเผยแพร่ความรู้
เจ้าเรือนศุภะไปอยู่ภพสหัชชะ อาจหมายถึงการนำความรู้ระดับสูงมาถ่ายทอดผ่านการพูด การเขียน สื่อหรือการเดินทาง
ดาวพฤหัสบดีในภพศุภะอาจเพิ่มบทบาทด้านความรู้และความเชื่อ แต่คุณภาพของผลยังขึ้นอยู่กับราศี ความเป็นเจ้าเรือนและมุมสัมพันธ์
ภพที่ 10 กัมมะ — การงาน การกระทำและสถานะ
คำว่า “กัมมะ” มาจากความหมายของการกระทำ ภพนี้จึงไม่ได้หมายถึงอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงหน้าที่ ผลงานและบทบาทที่บุคคลแสดงต่อสังคม
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- อาชีพและหน้าที่การงาน
- ความรับผิดชอบ
- ผลงานและการกระทำ
- ตำแหน่งและอำนาจ
- ชื่อเสียงทางสังคม
- ผู้บังคับบัญชา
- เป้าหมายระยะยาว
- ภาพที่สังคมมองเห็น
วิธีอ่านภพกัมมะ
การอ่านเรื่องงานควรพิจารณาอย่างน้อย
- ราศีที่อยู่ในภพกัมมะ
- ดาวเจ้าเรือนกัมมะ
- ภพที่เจ้าเรือนกัมมะไปสถิต
- ดาวที่อยู่ในภพกัมมะ
- ดาวตนุลัคน์
- ภพกดุมภะและภพลาภะ
- มุมสัมพันธ์และดาวจรที่เกี่ยวข้อง
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพตนุ อาจทำให้อาชีพและตัวตนเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพสหัชชะ อาจเชื่อมงานกับการสื่อสาร สื่อ การขาย การตลาด การเดินทางหรือเครือข่าย
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพศุภะ อาจเชื่อมงานกับการศึกษา กฎหมาย ศาสนา ต่างประเทศหรือการเผยแพร่ความรู้
ภพที่ 11 ลาภะ — ผลสำเร็จ รายได้และเครือข่าย
ภพลาภะเป็นพื้นที่ของสิ่งที่ได้รับเพิ่มขึ้นหลังจากการลงมือทำ จึงสัมพันธ์กับผลตอบแทน ความสำเร็จและกลุ่มคนที่สนับสนุนเป้าหมาย
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- รายได้จากอาชีพ
- ผลกำไรและผลประโยชน์
- ความสำเร็จของเป้าหมาย
- เพื่อนและเครือข่าย
- กลุ่ม องค์กรและชุมชน
- ผู้สนับสนุน
- พี่น้องที่มีอายุมากกว่าในบางระบบ
- ความหวังและเป้าหมายในอนาคต
วิธีอ่านภพลาภะ
ภพกดุมภะกับภพลาภะต่างเกี่ยวข้องกับการเงิน แต่มีน้ำหนักไม่เหมือนกัน
- กดุมภะเน้นเงินและทรัพย์ที่หา เก็บหรือครอบครอง
- ลาภะเน้นผลตอบแทน กำไร รายได้จากผลงานและสิ่งที่เพิ่มขึ้น
เจ้าเรือนลาภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมผลประโยชน์กับอาชีพโดยตรง
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพลาภะ อาจหมายถึงงานนำมาซึ่งรายได้ เครือข่ายหรือการบรรลุเป้าหมาย
เจ้าเรือนลาภะไปอยู่ภพปัตนิ อาจเชื่อมผลประโยชน์กับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้าหรือสัญญา
ภพที่ 12 วินาศ — เบื้องหลัง รายจ่ายและการปล่อยวาง
ชื่อ “วินาศ” อาจฟังดูรุนแรง แต่ภพนี้มีทั้งความหมายด้านการสูญเสียและการถอยออกจากโลกภายนอกเพื่อพักฟื้นหรือทำงานภายใน
เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่
- รายจ่ายและสิ่งที่สูญเสีย
- งานเบื้องหลัง
- ความลับและสิ่งที่ไม่เปิดเผย
- การอยู่ลำพังและการพักฟื้น
- การนอนและความฝัน
- โรงพยาบาล สถานปฏิบัติธรรมและสถานที่ปิด
- ต่างแดนหรือการอยู่ห่างบ้าน
- การเสียสละและการให้
- จิตใต้สำนึกและเรื่องภายใน
- การจบวงจรและปล่อยวาง
วิธีอ่านภพวินาศ
เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพวินาศอาจหมายถึงงานเบื้องหลัง งานต่างประเทศ งานในสถาบันปิด งานวิจัย งานออนไลน์ที่ไม่ต้องปรากฏตัว หรือการทำงานที่ต้องเสียสละเวลา
เจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพวินาศอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายสูง รายได้จากต่างประเทศ การใช้เงินกับงานเบื้องหลัง หรือการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่เป็นวัตถุ ต้องดูคุณภาพดาวและภพอื่นประกอบก่อนสรุป
ดาวศุภเคราะห์ในภพวินาศอาจเพิ่มการให้ การพักฟื้นหรือความสนใจทางจิตใจ ขณะที่บาปเคราะห์อาจเพิ่มภาระ ความกดดันหรือความจำเป็นต้องอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ควรแปลว่าชีวิตจะพินาศ
เรือนชะตาทั้ง 12 ทำงานเป็นแกนตรงข้าม
การอ่านภพจะเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นคู่ตรงข้าม
| แกนภพ | ความสัมพันธ์ |
|---|---|
| ตนุ–ปัตนิ | ตัวเราและผู้อื่น |
| กดุมภะ–มรณะ | ทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินร่วม |
| สหัชชะ–ศุภะ | ความรู้ใกล้ตัวและโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น |
| พันธุ–กัมมะ | ชีวิตส่วนตัวและบทบาทสาธารณะ |
| ปุตตะ–ลาภะ | ผลงานส่วนบุคคลและผลที่ได้รับจากสังคม |
| อริ–วินาศ | การจัดการชีวิตประจำวันและการพักหรือปล่อยวาง |
แกนตนุ–ปัตนิ
สะท้อนสมดุลระหว่างความต้องการของตนเองกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
แกนกดุมภะ–มรณะ
สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเงินของเรา เงินของผู้อื่น หนี้ มรดก ภาษีและทรัพย์สินร่วม
แกนสหัชชะ–ศุภะ
สะท้อนการเรียนรู้จากประสบการณ์ใกล้ตัวกับความรู้ระดับสูง ความเชื่อและโลกทัศน์
แกนพันธุ–กัมมะ
สะท้อนสมดุลระหว่างบ้าน ครอบครัว ชีวิตส่วนตัวกับงาน หน้าที่และชื่อเสียง
แกนปุตตะ–ลาภะ
สะท้อนสิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยตนเองกับผลตอบรับ รายได้และเครือข่ายที่ได้รับจากสังคม
แกนอริ–วินาศ
สะท้อนสมดุลระหว่างการทำงาน แก้ปัญหาและรักษากิจวัตร กับการพักฟื้น อยู่เบื้องหลังและปล่อยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้
การแบ่งภพตามกำลังการแสดงออก
ในโหราศาสตร์หลายระบบสามารถแบ่งภพออกเป็นสามกลุ่มใหญ่
ภพเกณฑ์
ได้แก่ภพ 1, 4, 7 และ 10
เป็นภพที่อยู่บนแกนหลักของดวงชะตา เกี่ยวข้องกับตัวตน บ้าน ความสัมพันธ์และงาน ดาวที่อยู่ในภพเหล่านี้มักแสดงบทบาทอย่างชัดเจน
ภพปณผระ
ได้แก่ภพ 2, 5, 8 และ 11
เป็นภพที่สืบเนื่องจากภพเกณฑ์ เกี่ยวข้องกับการรักษา สะสม พัฒนาและสร้างผลต่อจากสิ่งที่เริ่มต้นไว้
คำนี้อาจพบการเขียนต่างกัน เช่น ปณภร ปณผระ หรือผณประ ตามการถอดเสียงและตำราที่ใช้
ภพอาโปกลิมะ
ได้แก่ภพ 3, 6, 9 และ 12
เป็นภพที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัว การเรียนรู้ การบริการ การเปลี่ยนผ่าน และการเตรียมเข้าสู่วงจรใหม่ แหล่งวิชาการภาษาไทยอธิบายว่าอาโปกลิมะคือเรือนที่ 3, 6, 9 และ 12 เช่นเดียวกันใน วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร
การแบ่งกลุ่มนี้ช่วยอธิบายระดับการแสดงออกของดาว แต่ไม่ควรใช้ตัดสินดีหรือร้ายเพียงอย่างเดียว
ดาวเจ้าเรือนคืออะไร?
ดาวเจ้าเรือนคือดาวที่เป็นผู้ครองราศีซึ่งอยู่ในภพนั้น
ตัวอย่างเช่น หากภพกัมมะอยู่ในราศีเมถุน ดาวพุธจะเป็นดาวเจ้าเรือนกัมมะ เพราะดาวพุธเป็นดาวประจำราศีเมถุน
เมื่อต้องการอ่านเรื่องการงาน จึงต้องตามไปดูว่าดาวพุธอยู่ที่ใด
หากดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ สามารถกล่าวในภาษาของโหราศาสตร์ได้ว่า
เจ้าเรือนกัมมะไปสถิตภพลาภะ
ความหมายเบื้องต้นคือ เรื่องงาน หน้าที่และการกระทำถูกนำไปเชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จ กลุ่มคนและเครือข่าย
ตารางดาวเจ้าเรือนทั้ง 12 ราศี
| ราศี | ดาวเจ้าเรือนแบบไทย |
|---|---|
| เมษ | อังคาร 3 |
| พฤษภ | ศุกร์ 6 |
| เมถุน | พุธ 4 |
| กรกฎ | จันทร์ 2 |
| สิงห์ | อาทิตย์ 1 |
| กันย์ | พุธ 4 |
| ตุล | ศุกร์ 6 |
| พิจิก | อังคาร 3 |
| ธนู | พฤหัสบดี 5 |
| มังกร | เสาร์ 7 |
| กุมภ์ | ราหู 8 หรือเสาร์ 7 ตามสำนัก |
| มีน | พฤหัสบดี 5 |
เมื่ออ่านลัคนากุมภ์หรือภพที่อยู่ราศีกุมภ์ ควรระบุว่าสำนักที่ใช้กำหนดราหูหรือเสาร์เป็นเจ้าเรือน และใช้หลักนั้นอย่างสม่ำเสมอทั้งดวง
สูตรอ่านดาวเจ้าเรือนแบบง่าย
เมื่อต้องการอ่านภพใด ให้ทำตามลำดับดังนี้
- เลือกเรื่องที่ต้องการพิจารณา
- หาภพที่เป็นตัวแทนเรื่องนั้น
- ดูว่าภพนั้นอยู่ในราศีใด
- หาดาวเจ้าเรือนของราศีนั้น
- ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
- ดูราศีและคุณภาพของดาวเจ้าเรือน
- ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพต้นเรื่อง
- ตรวจสอบดาวที่กุมหรือทำมุมกับเจ้าเรือน
- นำดาวจรหรือระบบเวลาเข้ามาประกอบเมื่อพยากรณ์เหตุการณ์
สามารถจำเป็นประโยคว่า
เรื่องของภพต้นทาง จะเดินทางไปแสดงผลในพื้นที่ของภพปลายทาง
ความหมายเมื่อดาวเจ้าเรือนไปอยู่แต่ละภพ
ตารางต่อไปนี้ใช้เป็นแนวทางผสมความหมายเบื้องต้น ไม่ใช่คำพยากรณ์สำเร็จรูป
| เจ้าเรือนไปอยู่ภพ | แนวทางเชื่อมความหมาย |
|---|---|
| ตนุ | เรื่องนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวตนและชีวิตโดยตรง |
| กดุมภะ | เชื่อมกับรายได้ ทรัพย์สิน คุณค่าและการสะสม |
| สหัชชะ | เชื่อมกับการสื่อสาร พี่น้อง เพื่อนและการเดินทาง |
| พันธุ | เชื่อมกับบ้าน ครอบครัว รากฐานและอสังหาริมทรัพย์ |
| ปุตตะ | เชื่อมกับบุตร ความคิดสร้างสรรค์ ความรักและโครงการใหม่ |
| อริ | เชื่อมกับงานประจำ อุปสรรค หนี้ สุขภาพและการแข่งขัน |
| ปัตนิ | เชื่อมกับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้าและสัญญา |
| มรณะ | เชื่อมกับวิกฤต ทรัพย์สินร่วม มรดกและการเปลี่ยนแปลง |
| ศุภะ | เชื่อมกับความรู้ ครู ศาสนา กฎหมายและต่างประเทศ |
| กัมมะ | เชื่อมกับอาชีพ หน้าที่ ชื่อเสียงและสถานะ |
| ลาภะ | เชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จ กลุ่มและเครือข่าย |
| วินาศ | เชื่อมกับรายจ่าย ต่างแดน เบื้องหลังและการปล่อยวาง |
ตัวอย่างเช่น หากเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพกัมมะ ไม่ได้แปลว่าจะได้คู่ครองจากที่ทำงานเพียงความหมายเดียว แต่อาจหมายถึง
- คู่ครองมีผลต่ออาชีพ
- ทำงานร่วมกับหุ้นส่วน
- อาชีพต้องพบลูกค้าหรือเจรจาสัญญา
- ความสัมพันธ์ปรากฏต่อสาธารณะ
- คู่แข่งมีผลต่อสถานะทางอาชีพ
การเลือกความหมายต้องอาศัยดาว ราศี มุมสัมพันธ์และบริบทชีวิตของเจ้าชะตา
ดาวอยู่ในภพกับดาวเจ้าเรือน ต่างกันอย่างไร?
สมมุติว่าภพกัมมะอยู่ราศีเมถุน มีดาวอังคารสถิตอยู่ และดาวพุธซึ่งเป็นเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพลาภะ
สามารถอ่านได้สองชั้น
- ดาวอังคารอยู่ภพกัมมะ แสดงว่าพลังของอังคารปรากฏในเรื่องงาน เช่น การลงมือทำ การแข่งขัน ความรวดเร็ว งานช่าง งานเทคนิคหรือภาระที่ต้องแก้ไข
- เจ้าเรือนกัมมะอยู่ภพลาภะ แสดงว่าเรื่องงานเชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จและเครือข่าย
จึงอาจสังเคราะห์ว่า เจ้าชะตาทำงานในลักษณะที่ต้องลงมือ แข่งขันหรือแก้ปัญหา และผลงานมีโอกาสเชื่อมกับรายได้หรือกลุ่มคน
แต่ยังต้องดูว่าดาวอังคารกับดาวพุธสัมพันธ์กันหรือไม่ และดาวทั้งสองมีคุณภาพอย่างไร
ถ้ามีดาวหลายดวงอยู่ในภพเดียวกัน
ภพที่มีดาวหลายดวงมักกลายเป็นพื้นที่ชีวิตที่ซับซ้อนหรือได้รับความสนใจมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นภพที่ดีที่สุดหรือเลวร้ายที่สุด
วิธีอ่านคือ
- แยกความหมายของดาวแต่ละดวง
- ดูว่าดาวแต่ละดวงเป็นเจ้าเรือนใด
- ตรวจสอบว่าดาวเป็นมิตรหรือขัดแย้งกันตามระบบที่ใช้
- ดูว่าดาวดวงใดมีกำลังมากกว่า
- ตรวจสอบองศาว่ากุมกันใกล้เพียงใด
- หาดาวเจ้าเรือนของภพที่ดาวทั้งหมดเข้าไปอยู่
- สังเคราะห์ความหมายโดยไม่แปลดาวทีละดวงแยกขาดจากกัน
ตัวอย่างเช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์และดาวเสาร์อยู่ภพกัมมะ อาจนำเรื่องการสื่อสาร ความสัมพันธ์ ความสวยงาม ความรับผิดชอบและโครงสร้างมารวมกันในพื้นที่การงาน แต่รูปแบบจริงจะขึ้นกับราศี องศาและความเป็นเจ้าเรือน
ภพว่างอ่านได้อย่างไร?
ภพว่างหมายถึงไม่มีดาวกำเนิดสถิตอยู่ในภพนั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าชะตาจะไม่มีเรื่องของภพนั้น
วิธีอ่านภพว่างคือ
- ดูราศีที่ครองภพ
- หาดาวเจ้าเรือน
- ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
- ตรวจสอบคุณภาพและมุมสัมพันธ์ของเจ้าเรือน
- ดูว่ามีดาวจรเข้าภพหรือกระทบเจ้าเรือนเมื่อใด
ตัวอย่างเช่น ภพกัมมะว่างไม่ได้หมายความว่าไม่มีอาชีพ ต้องดูว่าเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ที่ใด
หากเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพสหัชชะ งานอาจเชื่อมกับการติดต่อ สื่อสาร การเดินทาง การค้า เพื่อนหรือเครือข่าย แม้ภพกัมมะจะไม่มีดาวอยู่เลยก็ตาม
การสลับเรือนคืออะไร?
การสลับเรือนเกิดขึ้นเมื่อดาวเจ้าเรือนสองดวงต่างไปอยู่ในราศีหรือเรือนของกันและกัน
ตัวอย่างสมมุติ
- ดาวพุธเป็นเจ้าเรือนกัมมะและไปอยู่เรือนของดาวศุกร์
- ดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนลาภะและไปอยู่เรือนของดาวพุธ
ลักษณะเช่นนี้ทำให้เรื่องของสองภพเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น เช่น งานกับรายได้ งานกับเครือข่าย หรือการสื่อสารกับศิลปะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภพที่ดาวทั้งสองปกครองจริงในดวงนั้น
การสลับเรือนไม่ได้ให้ผลดีทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบคุณภาพดาว ภพที่เกี่ยวข้องและดาวที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย
ดาวจรเข้าภพหมายความว่าอย่างไร?
ดาวจรเข้าภพหนึ่ง หมายถึงเรื่องของภพนั้นมีแนวโน้มได้รับการกระตุ้นในช่วงเวลาหนึ่ง
ตัวอย่างเช่น
- ดาวจรเข้าภพกดุมภะ อาจกระตุ้นเรื่องการเงิน ทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่าย
- ดาวจรเข้าภพพันธุ อาจกระตุ้นเรื่องบ้าน ครอบครัวหรือที่อยู่อาศัย
- ดาวจรเข้าภพปัตนิ อาจกระตุ้นความสัมพันธ์ หุ้นส่วนหรือสัญญา
- ดาวจรเข้าภพกัมมะ อาจกระตุ้นเรื่องงาน หน้าที่และสถานะ
- ดาวจรเข้าภพวินาศ อาจกระตุ้นงานเบื้องหลัง การพักฟื้น รายจ่ายหรือต่างแดน
อย่างไรก็ตาม ต้องดูธรรมชาติของดาวจร ความเป็นเจ้าเรือน มุมที่ทำกับดาวเดิม ระยะเวลาที่จร และพื้นดวงเดิมประกอบกัน
ดาวจรเพียงดวงเดียวไม่ควรถูกใช้พยากรณ์เหตุการณ์รุนแรงหรือเฉพาะเจาะจง
ตัวอย่างการอ่านภพและดาวเจ้าเรือน
สมมุติดวงหนึ่งมีลัคนาราศีกันย์และใช้ระบบ Whole Sign
- ภพกดุมภะอยู่ราศีตุล
- ดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนกดุมภะ
- ดาวศุกร์ไปอยู่ราศีเมถุนในภพกัมมะ
- ดาวพุธเป็นเจ้าเรือนกัมมะ
- ดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ
สามารถอ่านเป็นลำดับได้ดังนี้
ขั้นที่ 1 เลือกเรื่อง
ต้องการพิจารณาการเงิน จึงเริ่มจากภพกดุมภะ
ขั้นที่ 2 หาเจ้าเรือน
ภพกดุมภะอยู่ราศีตุล ดาวศุกร์จึงเป็นเจ้าเรือนกดุมภะ
ขั้นที่ 3 ดูตำแหน่งเจ้าเรือน
ดาวศุกร์ไปอยู่ภพกัมมะ จึงเชื่อมเรื่องรายได้กับงาน อาชีพ หน้าที่และภาพลักษณ์สาธารณะ
ขั้นที่ 4 อ่านราศีของดาว
ดาวศุกร์อยู่ราศีเมถุน จึงเพิ่มความหมายด้านการสื่อสาร ข้อมูล การค้า ความหลากหลายหรือการติดต่อ
ขั้นที่ 5 ตามดูเจ้าเรือนปลายทาง
ภพกัมมะอยู่ราศีเมถุน มีดาวพุธเป็นเจ้าเรือน และดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ จึงเชื่อมงานต่อไปยังรายได้ ผลสำเร็จและเครือข่าย
สังเคราะห์ความหมาย
เจ้าชะตาอาจสร้างรายได้ผ่านงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การค้า ข้อมูล สื่อ การตลาดหรือการพบปะผู้คน และงานมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายหรือผลตอบแทน
นี่เป็นเพียงโครงสร้างการอ่าน ยังไม่ควรสรุปว่าจะร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จจนกว่าจะตรวจสอบคุณภาพดาว องศา มุมสัมพันธ์และช่วงเวลาเพิ่มเติม
ลำดับการอ่านภพสำหรับผู้เริ่มต้น
เมื่อต้องการอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถใช้ลำดับนี้ได้
- กำหนดหัวข้อที่ต้องการอ่าน
- เลือกภพหลักของเรื่อง
- ดูราศีที่ครองภพ
- หาดาวเจ้าเรือน
- ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพและราศีใด
- ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพหลัก
- ดูมุมสัมพันธ์ของดาวในภพและดาวเจ้าเรือน
- ตรวจสอบภพสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
- พิจารณาดาวตนุลัคน์ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
- ใช้ดาวจรเมื่อพิจารณาช่วงเวลา
- สังเคราะห์จากหลายปัจจัย
- หลีกเลี่ยงการตัดสินจากตำแหน่งเดียว
ข้อควรระวังในการอ่านเรือนชะตา
- ภพว่างไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรื่องนั้นในชีวิต
- ดาวศุภเคราะห์ไม่ได้ให้ผลดีทุกสถานการณ์
- ดาวบาปเคราะห์ไม่ได้ให้ผลร้ายทุกสถานการณ์
- ภพมรณะไม่ได้หมายถึงความตายเสมอไป
- ภพวินาศไม่ได้หมายถึงความพินาศเสมอไป
- ภพปัตนิว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่
- ภพกัมมะว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีงาน
- ไม่ควรวินิจฉัยโรคจากภพอริหรือดาวเพียงดวงเดียว
- ไม่ควรพยากรณ์การเสียชีวิตจากภพมรณะ
- ไม่ควรนำระบบเจ้าเรือนและมุมดาวจากหลายสำนักมาปะปนกัน
- ต้องตรวจสอบเวลาเกิดก่อนยืนยันลัคนาและภพ
- ควรใช้คำพยากรณ์เป็นแนวทางพิจารณา ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว
สรุป
เรือนชะตาทั้ง 12 ภพทำหน้าที่แบ่งชีวิตออกเป็นหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ตัวตน ทรัพย์สิน การสื่อสาร บ้าน ความคิดสร้างสรรค์ อุปสรรค ความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลง ความรู้ การงาน ผลสำเร็จ ไปจนถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง
การอ่านภพอย่างถูกลำดับต้องพิจารณาทั้ง
- ราศีที่ครองภพ
- ดาวเจ้าเรือน
- ภพที่ดาวเจ้าเรือนไปสถิต
- ดาวที่อยู่ในภพ
- คุณภาพของดาว
- มุมสัมพันธ์
- ภพที่เกี่ยวข้อง
- ดาวจรหรือระบบพยากรณ์เวลา
หลักสำคัญคือ ดาวเจ้าเรือนจะนำความหมายของภพต้นทางไปเชื่อมกับภพปลายทาง ขณะที่ดาวซึ่งอยู่ในภพจะนำธรรมชาติของตนมาแสดงออกในพื้นที่ชีวิตนั้น
เมื่อเข้าใจความสัมพันธ์นี้ เราจะเริ่มมองเห็นว่าดวงชะตาไม่ได้ประกอบด้วยคำทำนายแยกส่วน แต่เป็นโครงข่ายของเรื่องราวที่เชื่อมโยงและส่งผลถึงกันทั้งดวง
