บทที่ 3 เจาะลึก 12 ภพในโหราศาสตร์ไทย วิธีอ่านเรือนชะตาและดาวเจ้าเรือน

ขงเบ้ง
ขงเบ้ง สมาชิกยืนยันตัวตนเซียน
ดูบทความ ร้านพระ และข้อมูลสมาชิกของผู้เขียน
ผู้ติดตาม 4 คน
รูปประกอบ วิธีอ่านดวงกำเนิดเบื้องต้น เชื่อมดาว ราศี ภพ และมุมสัมพันธ์ให้เป็นเรื่องเดียวกัน
4 ครั้ง

เจาะลึก 12 ภพในโหราศาสตร์ไทย วิธีอ่านเรือนชะตาและดาวเจ้าเรือน

ในบทที่ผ่านมา เราได้เรียนรู้วิธีอ่านดวงกำเนิดจากลัคนา ดาว ราศี ภพ และมุมสัมพันธ์แล้ว บทนี้จะพาไปทำความเข้าใจ เรือนชะตาทั้ง 12 ภพ ให้ละเอียดขึ้น พร้อมเรียนรู้วิธีอ่านดาวเจ้าเรือน ภพว่าง ภพที่มีดาวหลายดวง และความสัมพันธ์ระหว่างภพต่างๆ

หัวใจสำคัญคือ ภพไม่ได้ทำหน้าที่บอกว่าบุคคลจะพบเรื่องดีหรือร้ายทันที แต่บอกว่า พลังของดาวกำลังแสดงออกในพื้นที่ใดของชีวิต

สามารถจำหลักพื้นฐานได้ดังนี้

  • ดาว หมายถึงพลังหรือตัวแสดง
  • ราศี หมายถึงลักษณะการแสดงออก
  • ภพ หมายถึงพื้นที่ชีวิต
  • ดาวเจ้าเรือน หมายถึงผู้ดูแลเรื่องของภพ
  • มุมสัมพันธ์ หมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างพลังต่างๆ
  • ดาวจร หมายถึงช่วงเวลาที่เรื่องนั้นได้รับการกระตุ้น

เนื้อหานี้อธิบายตามหลักความเชื่อทางโหราศาสตร์ ไม่ควรใช้คำพยากรณ์แทนคำแนะนำทางการแพทย์ กฎหมาย การเงิน หรือใช้ตัดสินอนาคตของบุคคลอย่างตายตัว

ภพหรือเรือนชะตาคืออะไร?

ภพ หรือเรือนชะตา คือการแบ่งผังดวงออกเป็น 12 ส่วน เพื่อแทนหัวข้อสำคัญในชีวิต ตั้งแต่ตัวตน การเงิน ครอบครัว ความรัก การงาน ไปจนถึงเรื่องเบื้องหลังและการเปลี่ยนผ่าน

เมื่อคำนวณลัคนาแล้ว ราศีหรือจุดที่ลัคนาสถิตจะถูกใช้เป็นจุดเริ่มต้นของภพที่ 1 หรือภพตนุ แล้วจึงนับต่อไปจนครบ 12 ภพ หลักการนับและความหมายของภพในโหราศาสตร์ไทยสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทความ ความหมายของภพ

อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของเรือนอาจแตกต่างกันตามระบบที่เลือกใช้ เช่น Whole Sign, Equal Houses หรือ Placidus โดยระบบ Whole Sign จะถือว่าราศีที่ลัคนาสถิตเป็นภพที่ 1 ทั้งราศี แล้วนับราศีถัดไปเป็นภพต่อไปตามลำดับ ดังที่อธิบายไว้ใน ภาพรวมระบบเรือนชะตาของ Astrodienst

ราศีกับภพไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการคิดว่าราศีทั้ง 12 ตรงกับภพทั้ง 12 แบบตายตัว เช่น ราศีเมษต้องเป็นภพตนุ หรือราศีมังกรต้องเป็นภพกัมมะเสมอ

ความจริงแล้วตำแหน่งของภพขึ้นอยู่กับลัคนาของเจ้าชะตา

ตัวอย่างเช่น หากบุคคลมีลัคนาราศีกันย์ และใช้ระบบ Whole Sign

ภพ ราศี
ตนุ กันย์
กดุมภะ ตุล
สหัชชะ พิจิก
พันธุ ธนู
ปุตตะ มังกร
อริ กุมภ์
ปัตนิ มีน
มรณะ เมษ
ศุภะ พฤษภ
กัมมะ เมถุน
ลาภะ กรกฎ
วินาศ สิงห์

ดังนั้น ราศีเมษในดวงตัวอย่างนี้ไม่ได้เป็นภพตนุ แต่เป็นภพมรณะ เพราะลัคนาเริ่มต้นที่ราศีกันย์

สรุปความหมายของเรือนชะตาทั้ง 12 ภพ

ลำดับ ชื่อภพ ความหมายหลัก
1 ตนุ ตัวตน บุคลิก ร่างกายและทิศทางชีวิต
2 กดุมภะ การเงิน ทรัพย์สิน สิ่งสะสมและคุณค่า
3 สหัชชะ พี่น้อง เพื่อน การสื่อสารและการเดินทางใกล้
4 พันธุ บ้าน ครอบครัว รากฐานและอสังหาริมทรัพย์
5 ปุตตะ บุตร ความคิดสร้างสรรค์ ความรักและการเริ่มต้นสิ่งใหม่
6 อริ อุปสรรค หนี้สิน สุขภาพ งานประจำและการแข่งขัน
7 ปัตนิ คู่ครอง หุ้นส่วน คู่สัญญาและความสัมพันธ์
8 มรณะ วิกฤต การเปลี่ยนแปลง มรดกและทรัพย์สินร่วม
9 ศุภะ ศาสนา ความเชื่อ ครู การศึกษาสูงและการเดินทางไกล
10 กัมมะ อาชีพ การกระทำ หน้าที่และสถานะทางสังคม
11 ลาภะ ผลสำเร็จ รายได้ ผลประโยชน์ กลุ่มและเครือข่าย
12 วินาศ รายจ่าย เบื้องหลัง การพักฟื้น ต่างแดนและการปล่อยวาง

ภพที่ 1 ตนุ — ตัวตนและจุดเริ่มต้นชีวิต

ภพตนุเป็นภพที่ตั้งของลัคนา จึงเป็นตัวแทนหลักของเจ้าชะตา

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • รูปร่างและลักษณะภายนอก
  • บุคลิกและวิธีแสดงตัว
  • สุขภาพและความแข็งแรงพื้นฐาน
  • วิธีเริ่มต้นสิ่งต่างๆ
  • มุมมองที่มีต่อตนเอง
  • ทิศทางและรูปแบบการดำเนินชีวิต

วิธีอ่านภพตนุ

  1. ดูว่าลัคนาอยู่ราศีใด
  2. หาดาวเจ้าเรือนลัคนาหรือดาวตนุลัคน์
  3. ดูว่าดาวตนุลัคน์ไปอยู่ภพใด
  4. ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพตนุ
  5. ตรวจสอบดาวที่กุมหรือทำมุมถึงลัคนา
  6. พิจารณาองศาและคุณภาพของดาวตนุลัคน์

หากมีดาวหลายดวงอยู่ในภพตนุ ดาวเหล่านั้นมักปรากฏผ่านบุคลิก การแสดงออก หรือวิธีที่เจ้าชะตารับมือกับชีวิตอย่างชัดเจน

ดาวเสาร์อยู่ภพตนุอาจเพิ่มความจริงจัง ความรับผิดชอบ หรือความระมัดระวัง ส่วนดาวพฤหัสบดีอาจเพิ่มความสนใจด้านความรู้ ความเชื่อและการพัฒนา แต่ต้องพิจารณาราศี ความเป็นเจ้าเรือนและมุมสัมพันธ์ร่วมด้วย

ภพที่ 2 กดุมภะ — ทรัพย์สินและคุณค่าที่ครอบครอง

ภพกดุมภะเกี่ยวข้องกับทรัพย์ที่เจ้าชะตาหามา เก็บรักษา หรือถือครอง

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • รายได้และกระแสเงิน
  • ทรัพย์สินส่วนตัว
  • เงินออมและสิ่งสะสม
  • วิธีหาและใช้เงิน
  • คุณค่าและความมั่นคงในชีวิต
  • ครอบครัวหรือสิ่งที่ติดตัวมาในบางตำรา
  • อาหาร การบริโภคและคำพูดในบางระบบ

วิธีอ่านภพกดุมภะ

อย่าดูเพียงว่ามีดาวอะไรอยู่ในภพนี้ แต่ควรตรวจสอบว่า

  • เจ้าเรือนกดุมภะคือดาวอะไร
  • เจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
  • เจ้าเรือนมีคุณภาพและมุมสัมพันธ์อย่างไร
  • มีความสัมพันธ์กับภพลาภะและภพกัมมะหรือไม่
  • มีดาวจรเข้ามากระตุ้นเมื่อใด

ตัวอย่างเช่น เจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจหมายถึงรายได้เชื่อมโยงกับงาน อาชีพหรือชื่อเสียง

หากเจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพปัตนิ รายได้อาจเชื่อมโยงกับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้า หรือสัญญา

การมีดาวศุภเคราะห์ในภพกดุมภะไม่ได้รับประกันว่าจะร่ำรวย และการมีบาปเคราะห์ก็ไม่ได้แปลว่าจะยากจน เพราะต้องพิจารณาพฤติกรรมการใช้เงิน โอกาสทางอาชีพและดาวเจ้าเรือนร่วมด้วย

ภพที่ 3 สหัชชะ — การสื่อสารและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว

คำว่า “สหัชชะ” มีความหมายเกี่ยวกับผู้ที่เกิดหรือเติบโตร่วมกัน จึงสัมพันธ์กับพี่น้อง เพื่อน คนใกล้ชิดและสังคมรอบตัว

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • พี่น้องและญาติใกล้ชิด
  • เพื่อนและคนในสังคมใกล้ตัว
  • การพูด การเขียนและการสื่อสาร
  • ข่าวสารและข้อมูล
  • การตลาด ตัวแทนและนายหน้า
  • การเรียนรู้พื้นฐาน
  • การเดินทางระยะใกล้
  • ความกล้าและความพยายามในบางระบบ

วิธีอ่านภพสหัชชะ

หากดาวพุธหรือเจ้าเรือนที่เกี่ยวข้องมีคุณภาพเหมาะสม อาจเพิ่มความสามารถด้านภาษา การสื่อสาร การเจรจาหรือข้อมูล

หากดาวอังคารสัมพันธ์กับภพนี้ การสื่อสารอาจตรง รวดเร็วหรือมีการแข่งขัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดการทะเลาะเสมอไป เพราะดาวอังคารยังหมายถึงความกล้าและการลงมือทำได้ด้วย

เจ้าเรือนสหัชชะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการสื่อสาร การขาย สื่อ การตลาด การเดินทางหรือเครือข่ายใกล้ตัว

ภพที่ 4 พันธุ — บ้าน ครอบครัวและรากฐาน

ภพพันธุเป็นพื้นที่ของความมั่นคงภายใน ชีวิตส่วนตัวและสิ่งที่เป็นรากฐานของเจ้าชะตา

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • บ้านและที่อยู่อาศัย
  • ครอบครัวและบรรยากาศภายในบ้าน
  • บ้านเกิดและภูมิลำเนา
  • ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
  • ยานพาหนะในบางตำรา
  • ความรู้สึกมั่นคงภายใน
  • ชีวิตส่วนตัว
  • ผู้ปกครองหรือบุพการี

โหราศาสตร์แต่ละสำนักอาจกำหนดตัวแทนของบิดาและมารดาต่างกัน บางสำนักใช้ภพพันธุพิจารณามารดา ขณะที่บางตำราไทยอาจขยายความไปถึงบิดา ญาติและหลักฐานของครอบครัว จึงควรใช้หลักของสำนักเดียวกันอย่างต่อเนื่อง

วิธีอ่านภพพันธุ

หากเจ้าเรือนพันธุไปอยู่ภพกัมมะ เรื่องครอบครัว บ้านหรืออสังหาริมทรัพย์อาจเชื่อมโยงกับอาชีพ

หากเจ้าเรือนกัมมะกลับมาอยู่ภพพันธุ อาจหมายถึงการทำงานที่บ้าน ธุรกิจครอบครัว งานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หรือการให้ความสำคัญกับความมั่นคงมากกว่าสถานะภายนอก

ดาวเสาร์ในภพพันธุอาจสื่อถึงหน้าที่ ความรับผิดชอบหรือโครงสร้างในครอบครัว แต่ก็อาจหมายถึงความมั่นคงที่ต้องสร้างขึ้นอย่างช้าๆ ไม่ควรแปลเป็นความทุกข์ในครอบครัวเพียงอย่างเดียว

ภพที่ 5 ปุตตะ — การสร้างสรรค์ บุตรและสิ่งที่เริ่มต้นขึ้น

คำว่า “ปุตตะ” สัมพันธ์กับบุตร แต่ความหมายของภพนี้กว้างกว่าการมีลูก

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • บุตรและผู้ที่อยู่ในการดูแล
  • ความคิดสร้างสรรค์
  • ความรักแบบโรแมนติก
  • ความสนุก งานอดิเรกและการแสดงออก
  • การศึกษาและสติปัญญาบางด้าน
  • การเริ่มต้นกิจการหรือโครงการ
  • การเสี่ยงและการเก็งกำไร
  • ผลงานที่เจ้าชะตาสร้างขึ้น

สิ่งที่เราให้กำเนิดอาจเป็นลูก ผลงาน ธุรกิจ ความคิด งานศิลปะ หรือโครงการใหม่ก็ได้

วิธีอ่านภพปุตตะ

หากเจ้าเรือนปุตตะไปอยู่ภพกัมมะ ความคิดสร้างสรรค์ การสอน งานบันเทิง ผลงานหรือเรื่องบุตรอาจสัมพันธ์กับอาชีพ

หากเจ้าเรือนปุตตะไปอยู่ภพลาภะ ผลงานอาจนำไปสู่รายได้ การยอมรับหรือเครือข่าย

เรื่องบุตรไม่ควรพยากรณ์จากภพปุตตะเพียงจุดเดียว และไม่ควรใช้ดวงชะตายืนยันภาวะเจริญพันธุ์หรือปัญหาสุขภาพแทนการตรวจทางการแพทย์

ภพที่ 6 อริ — อุปสรรค งานประจำและสิ่งที่ต้องแก้ไข

คำว่า “อริ” หมายถึงสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์หรือทำให้ต้องต่อสู้ ภพนี้จึงเกี่ยวข้องกับปัญหาที่ต้องจัดการในชีวิตประจำวัน

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • อุปสรรคและข้อขัดแย้ง
  • คู่แข่งและศัตรู
  • หนี้สินและภาระ
  • สุขภาพและโรคภัย
  • งานประจำและงานบริการ
  • ผู้ใต้บังคับบัญชา
  • วินัยและกิจวัตร
  • การแก้ปัญหา

ภพอริไม่ได้หมายถึงความพ่ายแพ้เสมอไป เพราะยังแสดงถึงความสามารถในการทำงาน ฝึกฝน รับผิดชอบและเอาชนะอุปสรรค

วิธีอ่านภพอริ

ดาวอังคารในภพอริอาจเพิ่มการแข่งขัน ความกล้าและความพร้อมต่อสู้กับปัญหา แต่ถ้าแสดงออกไม่เหมาะสมก็อาจเพิ่มความขัดแย้ง

ดาวเสาร์ในภพอริอาจหมายถึงภาระที่ยาวนาน งานที่ต้องใช้ความอดทน หรือความสามารถในการสร้างวินัย

เจ้าเรือนอริไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการแก้ปัญหา การแข่งขัน งานบริการ สุขภาพ กฎหมาย หรือการรับผิดชอบภาระของผู้อื่น

ไม่ควรวินิจฉัยโรคจากดวงชะตา หากมีอาการผิดปกติควรเข้ารับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์

ภพที่ 7 ปัตนิ — คู่ครอง หุ้นส่วนและความสัมพันธ์

ภพปัตนิอยู่ตรงข้ามภพตนุ จึงเป็นพื้นที่ของ “ผู้อื่น” ที่เจ้าชะตาต้องเผชิญหรือสร้างความสัมพันธ์ด้วยโดยตรง

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • คู่ครองและความสัมพันธ์ระยะยาว
  • หุ้นส่วนทางธุรกิจ
  • ลูกค้าและผู้ร่วมสัญญา
  • การเจรจาและข้อตกลง
  • คู่แข่งขันแบบเปิดเผย
  • คู่ความและข้อพิพาท
  • คุณสมบัติที่เจ้าชะตามองหาในผู้อื่น

วิธีอ่านภพปัตนิ

การพิจารณาความรักและการแต่งงานควรดูร่วมกันอย่างน้อย ได้แก่

  • ราศีที่อยู่ในภพปัตนิ
  • ดาวเจ้าเรือนปัตนิ
  • ภพที่ดาวเจ้าเรือนปัตนิไปสถิต
  • ดาวที่อยู่ในภพปัตนิ
  • ดาวศุกร์ ดวงจันทร์และดาวที่เกี่ยวข้อง
  • มุมสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเรือนตนุกับเจ้าเรือนปัตนิ
  • ดาวจรหรือระบบพยากรณ์เวลา

ภพปัตนิว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่ครอง ให้ตามไปดูดาวเจ้าเรือนปัตนิแทน

เจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพกัมมะ อาจหมายถึงคู่ครองหรือหุ้นส่วนสัมพันธ์กับงาน ส่วนเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพพันธุอาจเชื่อมความสัมพันธ์กับบ้าน ครอบครัวหรืออสังหาริมทรัพย์

ภพที่ 8 มรณะ — วิกฤตและการเปลี่ยนผ่าน

ชื่อ “มรณะ” ทำให้หลายคนรู้สึกกลัว แต่ภพนี้ไม่ได้หมายถึงความตายทางกายเพียงอย่างเดียว และไม่ควรใช้พยากรณ์การเสียชีวิตจากปัจจัยเดียว

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • วิกฤตและจุดเปลี่ยน
  • การจบลงของวงจรเดิม
  • การเปลี่ยนแปลงภายใน
  • มรดกและทรัพย์สินจากผู้อื่น
  • หนี้ สินเชื่อ ภาษีและประกัน
  • ทรัพย์สินร่วมกับคู่ครอง
  • ความลับและเรื่องที่ค้นหาได้ยาก
  • การวิจัยและสิ่งเร้นลับ
  • การฟื้นตัวหลังความสูญเสีย

วิธีอ่านภพมรณะ

เจ้าเรือนมรณะไปอยู่ภพกดุมภะ อาจเชื่อมการเงินส่วนตัวกับทรัพย์สินร่วม มรดก หนี้ ภาษีหรือการเปลี่ยนแปลงทางการเงิน

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพมรณะ อาจสัมพันธ์กับงานวิจัย การเงิน ประกัน ภาษี การแพทย์เชิงวิเคราะห์ งานฟื้นฟู งานที่ต้องจัดการวิกฤต หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลลับ ทั้งนี้ต้องดูดาวและองค์ประกอบอื่นประกอบ

ดาวในภพมรณะไม่จำเป็นต้องให้ผลร้าย แต่พลังของดาวอาจแสดงออกผ่านสถานการณ์ที่ต้องปรับตัวหรือเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง

ภพที่ 9 ศุภะ — ความรู้ ความเชื่อและการเดินทางไกล

คำว่า “ศุภะ” หมายถึงสิ่งที่ดีงามหรือเป็นมงคล ภพนี้สัมพันธ์กับการขยายโลกทัศน์และการค้นหาความหมายที่สูงขึ้น

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • ศาสนาและความเชื่อ
  • ปรัชญาและคุณธรรม
  • ครู อาจารย์และผู้ใหญ่
  • การศึกษาระดับสูง
  • กฎหมายและระเบียบ
  • การเผยแพร่ความรู้
  • การเดินทางไกล
  • ต่างประเทศและต่างวัฒนธรรม
  • บิดาหรือบุคคลต้นแบบในบางสำนัก
  • บุญ วาสนาและการคุ้มครองตามความเชื่อ

วิธีอ่านภพศุภะ

เจ้าเรือนศุภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมงานกับการศึกษา กฎหมาย ศาสนา การสอน การต่างประเทศหรือการเผยแพร่ความรู้

เจ้าเรือนศุภะไปอยู่ภพสหัชชะ อาจหมายถึงการนำความรู้ระดับสูงมาถ่ายทอดผ่านการพูด การเขียน สื่อหรือการเดินทาง

ดาวพฤหัสบดีในภพศุภะอาจเพิ่มบทบาทด้านความรู้และความเชื่อ แต่คุณภาพของผลยังขึ้นอยู่กับราศี ความเป็นเจ้าเรือนและมุมสัมพันธ์

ภพที่ 10 กัมมะ — การงาน การกระทำและสถานะ

คำว่า “กัมมะ” มาจากความหมายของการกระทำ ภพนี้จึงไม่ได้หมายถึงอาชีพเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงหน้าที่ ผลงานและบทบาทที่บุคคลแสดงต่อสังคม

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • อาชีพและหน้าที่การงาน
  • ความรับผิดชอบ
  • ผลงานและการกระทำ
  • ตำแหน่งและอำนาจ
  • ชื่อเสียงทางสังคม
  • ผู้บังคับบัญชา
  • เป้าหมายระยะยาว
  • ภาพที่สังคมมองเห็น

วิธีอ่านภพกัมมะ

การอ่านเรื่องงานควรพิจารณาอย่างน้อย

  1. ราศีที่อยู่ในภพกัมมะ
  2. ดาวเจ้าเรือนกัมมะ
  3. ภพที่เจ้าเรือนกัมมะไปสถิต
  4. ดาวที่อยู่ในภพกัมมะ
  5. ดาวตนุลัคน์
  6. ภพกดุมภะและภพลาภะ
  7. มุมสัมพันธ์และดาวจรที่เกี่ยวข้อง

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพตนุ อาจทำให้อาชีพและตัวตนเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพสหัชชะ อาจเชื่อมงานกับการสื่อสาร สื่อ การขาย การตลาด การเดินทางหรือเครือข่าย

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพศุภะ อาจเชื่อมงานกับการศึกษา กฎหมาย ศาสนา ต่างประเทศหรือการเผยแพร่ความรู้

ภพที่ 11 ลาภะ — ผลสำเร็จ รายได้และเครือข่าย

ภพลาภะเป็นพื้นที่ของสิ่งที่ได้รับเพิ่มขึ้นหลังจากการลงมือทำ จึงสัมพันธ์กับผลตอบแทน ความสำเร็จและกลุ่มคนที่สนับสนุนเป้าหมาย

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • รายได้จากอาชีพ
  • ผลกำไรและผลประโยชน์
  • ความสำเร็จของเป้าหมาย
  • เพื่อนและเครือข่าย
  • กลุ่ม องค์กรและชุมชน
  • ผู้สนับสนุน
  • พี่น้องที่มีอายุมากกว่าในบางระบบ
  • ความหวังและเป้าหมายในอนาคต

วิธีอ่านภพลาภะ

ภพกดุมภะกับภพลาภะต่างเกี่ยวข้องกับการเงิน แต่มีน้ำหนักไม่เหมือนกัน

  • กดุมภะเน้นเงินและทรัพย์ที่หา เก็บหรือครอบครอง
  • ลาภะเน้นผลตอบแทน กำไร รายได้จากผลงานและสิ่งที่เพิ่มขึ้น

เจ้าเรือนลาภะไปอยู่ภพกัมมะ อาจเชื่อมผลประโยชน์กับอาชีพโดยตรง

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพลาภะ อาจหมายถึงงานนำมาซึ่งรายได้ เครือข่ายหรือการบรรลุเป้าหมาย

เจ้าเรือนลาภะไปอยู่ภพปัตนิ อาจเชื่อมผลประโยชน์กับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้าหรือสัญญา

ภพที่ 12 วินาศ — เบื้องหลัง รายจ่ายและการปล่อยวาง

ชื่อ “วินาศ” อาจฟังดูรุนแรง แต่ภพนี้มีทั้งความหมายด้านการสูญเสียและการถอยออกจากโลกภายนอกเพื่อพักฟื้นหรือทำงานภายใน

เรื่องที่ใช้พิจารณา ได้แก่

  • รายจ่ายและสิ่งที่สูญเสีย
  • งานเบื้องหลัง
  • ความลับและสิ่งที่ไม่เปิดเผย
  • การอยู่ลำพังและการพักฟื้น
  • การนอนและความฝัน
  • โรงพยาบาล สถานปฏิบัติธรรมและสถานที่ปิด
  • ต่างแดนหรือการอยู่ห่างบ้าน
  • การเสียสละและการให้
  • จิตใต้สำนึกและเรื่องภายใน
  • การจบวงจรและปล่อยวาง

วิธีอ่านภพวินาศ

เจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพวินาศอาจหมายถึงงานเบื้องหลัง งานต่างประเทศ งานในสถาบันปิด งานวิจัย งานออนไลน์ที่ไม่ต้องปรากฏตัว หรือการทำงานที่ต้องเสียสละเวลา

เจ้าเรือนกดุมภะไปอยู่ภพวินาศอาจหมายถึงค่าใช้จ่ายสูง รายได้จากต่างประเทศ การใช้เงินกับงานเบื้องหลัง หรือการให้ความสำคัญกับสิ่งที่ไม่เป็นวัตถุ ต้องดูคุณภาพดาวและภพอื่นประกอบก่อนสรุป

ดาวศุภเคราะห์ในภพวินาศอาจเพิ่มการให้ การพักฟื้นหรือความสนใจทางจิตใจ ขณะที่บาปเคราะห์อาจเพิ่มภาระ ความกดดันหรือความจำเป็นต้องอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ควรแปลว่าชีวิตจะพินาศ

เรือนชะตาทั้ง 12 ทำงานเป็นแกนตรงข้าม

การอ่านภพจะเข้าใจง่ายขึ้นเมื่อพิจารณาเป็นคู่ตรงข้าม

แกนภพ ความสัมพันธ์
ตนุ–ปัตนิ ตัวเราและผู้อื่น
กดุมภะ–มรณะ ทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์สินร่วม
สหัชชะ–ศุภะ ความรู้ใกล้ตัวและโลกทัศน์ที่กว้างขึ้น
พันธุ–กัมมะ ชีวิตส่วนตัวและบทบาทสาธารณะ
ปุตตะ–ลาภะ ผลงานส่วนบุคคลและผลที่ได้รับจากสังคม
อริ–วินาศ การจัดการชีวิตประจำวันและการพักหรือปล่อยวาง

แกนตนุ–ปัตนิ

สะท้อนสมดุลระหว่างความต้องการของตนเองกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

แกนกดุมภะ–มรณะ

สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างเงินของเรา เงินของผู้อื่น หนี้ มรดก ภาษีและทรัพย์สินร่วม

แกนสหัชชะ–ศุภะ

สะท้อนการเรียนรู้จากประสบการณ์ใกล้ตัวกับความรู้ระดับสูง ความเชื่อและโลกทัศน์

แกนพันธุ–กัมมะ

สะท้อนสมดุลระหว่างบ้าน ครอบครัว ชีวิตส่วนตัวกับงาน หน้าที่และชื่อเสียง

แกนปุตตะ–ลาภะ

สะท้อนสิ่งที่เราสร้างขึ้นด้วยตนเองกับผลตอบรับ รายได้และเครือข่ายที่ได้รับจากสังคม

แกนอริ–วินาศ

สะท้อนสมดุลระหว่างการทำงาน แก้ปัญหาและรักษากิจวัตร กับการพักฟื้น อยู่เบื้องหลังและปล่อยสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

การแบ่งภพตามกำลังการแสดงออก

ในโหราศาสตร์หลายระบบสามารถแบ่งภพออกเป็นสามกลุ่มใหญ่

ภพเกณฑ์

ได้แก่ภพ 1, 4, 7 และ 10

เป็นภพที่อยู่บนแกนหลักของดวงชะตา เกี่ยวข้องกับตัวตน บ้าน ความสัมพันธ์และงาน ดาวที่อยู่ในภพเหล่านี้มักแสดงบทบาทอย่างชัดเจน

ภพปณผระ

ได้แก่ภพ 2, 5, 8 และ 11

เป็นภพที่สืบเนื่องจากภพเกณฑ์ เกี่ยวข้องกับการรักษา สะสม พัฒนาและสร้างผลต่อจากสิ่งที่เริ่มต้นไว้

คำนี้อาจพบการเขียนต่างกัน เช่น ปณภร ปณผระ หรือผณประ ตามการถอดเสียงและตำราที่ใช้

ภพอาโปกลิมะ

ได้แก่ภพ 3, 6, 9 และ 12

เป็นภพที่เกี่ยวข้องกับการปรับตัว การเรียนรู้ การบริการ การเปลี่ยนผ่าน และการเตรียมเข้าสู่วงจรใหม่ แหล่งวิชาการภาษาไทยอธิบายว่าอาโปกลิมะคือเรือนที่ 3, 6, 9 และ 12 เช่นเดียวกันใน วิทยานิพนธ์ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

การแบ่งกลุ่มนี้ช่วยอธิบายระดับการแสดงออกของดาว แต่ไม่ควรใช้ตัดสินดีหรือร้ายเพียงอย่างเดียว

ดาวเจ้าเรือนคืออะไร?

ดาวเจ้าเรือนคือดาวที่เป็นผู้ครองราศีซึ่งอยู่ในภพนั้น

ตัวอย่างเช่น หากภพกัมมะอยู่ในราศีเมถุน ดาวพุธจะเป็นดาวเจ้าเรือนกัมมะ เพราะดาวพุธเป็นดาวประจำราศีเมถุน

เมื่อต้องการอ่านเรื่องการงาน จึงต้องตามไปดูว่าดาวพุธอยู่ที่ใด

หากดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ สามารถกล่าวในภาษาของโหราศาสตร์ได้ว่า

เจ้าเรือนกัมมะไปสถิตภพลาภะ

ความหมายเบื้องต้นคือ เรื่องงาน หน้าที่และการกระทำถูกนำไปเชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จ กลุ่มคนและเครือข่าย

ตารางดาวเจ้าเรือนทั้ง 12 ราศี

ราศี ดาวเจ้าเรือนแบบไทย
เมษ อังคาร 3
พฤษภ ศุกร์ 6
เมถุน พุธ 4
กรกฎ จันทร์ 2
สิงห์ อาทิตย์ 1
กันย์ พุธ 4
ตุล ศุกร์ 6
พิจิก อังคาร 3
ธนู พฤหัสบดี 5
มังกร เสาร์ 7
กุมภ์ ราหู 8 หรือเสาร์ 7 ตามสำนัก
มีน พฤหัสบดี 5

เมื่ออ่านลัคนากุมภ์หรือภพที่อยู่ราศีกุมภ์ ควรระบุว่าสำนักที่ใช้กำหนดราหูหรือเสาร์เป็นเจ้าเรือน และใช้หลักนั้นอย่างสม่ำเสมอทั้งดวง

สูตรอ่านดาวเจ้าเรือนแบบง่าย

เมื่อต้องการอ่านภพใด ให้ทำตามลำดับดังนี้

  1. เลือกเรื่องที่ต้องการพิจารณา
  2. หาภพที่เป็นตัวแทนเรื่องนั้น
  3. ดูว่าภพนั้นอยู่ในราศีใด
  4. หาดาวเจ้าเรือนของราศีนั้น
  5. ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
  6. ดูราศีและคุณภาพของดาวเจ้าเรือน
  7. ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพต้นเรื่อง
  8. ตรวจสอบดาวที่กุมหรือทำมุมกับเจ้าเรือน
  9. นำดาวจรหรือระบบเวลาเข้ามาประกอบเมื่อพยากรณ์เหตุการณ์

สามารถจำเป็นประโยคว่า

เรื่องของภพต้นทาง จะเดินทางไปแสดงผลในพื้นที่ของภพปลายทาง

ความหมายเมื่อดาวเจ้าเรือนไปอยู่แต่ละภพ

ตารางต่อไปนี้ใช้เป็นแนวทางผสมความหมายเบื้องต้น ไม่ใช่คำพยากรณ์สำเร็จรูป

เจ้าเรือนไปอยู่ภพ แนวทางเชื่อมความหมาย
ตนุ เรื่องนั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับตัวตนและชีวิตโดยตรง
กดุมภะ เชื่อมกับรายได้ ทรัพย์สิน คุณค่าและการสะสม
สหัชชะ เชื่อมกับการสื่อสาร พี่น้อง เพื่อนและการเดินทาง
พันธุ เชื่อมกับบ้าน ครอบครัว รากฐานและอสังหาริมทรัพย์
ปุตตะ เชื่อมกับบุตร ความคิดสร้างสรรค์ ความรักและโครงการใหม่
อริ เชื่อมกับงานประจำ อุปสรรค หนี้ สุขภาพและการแข่งขัน
ปัตนิ เชื่อมกับคู่ครอง หุ้นส่วน ลูกค้าและสัญญา
มรณะ เชื่อมกับวิกฤต ทรัพย์สินร่วม มรดกและการเปลี่ยนแปลง
ศุภะ เชื่อมกับความรู้ ครู ศาสนา กฎหมายและต่างประเทศ
กัมมะ เชื่อมกับอาชีพ หน้าที่ ชื่อเสียงและสถานะ
ลาภะ เชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จ กลุ่มและเครือข่าย
วินาศ เชื่อมกับรายจ่าย ต่างแดน เบื้องหลังและการปล่อยวาง

ตัวอย่างเช่น หากเจ้าเรือนปัตนิไปอยู่ภพกัมมะ ไม่ได้แปลว่าจะได้คู่ครองจากที่ทำงานเพียงความหมายเดียว แต่อาจหมายถึง

  • คู่ครองมีผลต่ออาชีพ
  • ทำงานร่วมกับหุ้นส่วน
  • อาชีพต้องพบลูกค้าหรือเจรจาสัญญา
  • ความสัมพันธ์ปรากฏต่อสาธารณะ
  • คู่แข่งมีผลต่อสถานะทางอาชีพ

การเลือกความหมายต้องอาศัยดาว ราศี มุมสัมพันธ์และบริบทชีวิตของเจ้าชะตา

ดาวอยู่ในภพกับดาวเจ้าเรือน ต่างกันอย่างไร?

สมมุติว่าภพกัมมะอยู่ราศีเมถุน มีดาวอังคารสถิตอยู่ และดาวพุธซึ่งเป็นเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพลาภะ

สามารถอ่านได้สองชั้น

  • ดาวอังคารอยู่ภพกัมมะ แสดงว่าพลังของอังคารปรากฏในเรื่องงาน เช่น การลงมือทำ การแข่งขัน ความรวดเร็ว งานช่าง งานเทคนิคหรือภาระที่ต้องแก้ไข
  • เจ้าเรือนกัมมะอยู่ภพลาภะ แสดงว่าเรื่องงานเชื่อมกับรายได้ ผลสำเร็จและเครือข่าย

จึงอาจสังเคราะห์ว่า เจ้าชะตาทำงานในลักษณะที่ต้องลงมือ แข่งขันหรือแก้ปัญหา และผลงานมีโอกาสเชื่อมกับรายได้หรือกลุ่มคน

แต่ยังต้องดูว่าดาวอังคารกับดาวพุธสัมพันธ์กันหรือไม่ และดาวทั้งสองมีคุณภาพอย่างไร

ถ้ามีดาวหลายดวงอยู่ในภพเดียวกัน

ภพที่มีดาวหลายดวงมักกลายเป็นพื้นที่ชีวิตที่ซับซ้อนหรือได้รับความสนใจมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นภพที่ดีที่สุดหรือเลวร้ายที่สุด

วิธีอ่านคือ

  1. แยกความหมายของดาวแต่ละดวง
  2. ดูว่าดาวแต่ละดวงเป็นเจ้าเรือนใด
  3. ตรวจสอบว่าดาวเป็นมิตรหรือขัดแย้งกันตามระบบที่ใช้
  4. ดูว่าดาวดวงใดมีกำลังมากกว่า
  5. ตรวจสอบองศาว่ากุมกันใกล้เพียงใด
  6. หาดาวเจ้าเรือนของภพที่ดาวทั้งหมดเข้าไปอยู่
  7. สังเคราะห์ความหมายโดยไม่แปลดาวทีละดวงแยกขาดจากกัน

ตัวอย่างเช่น ดาวพุธ ดาวศุกร์และดาวเสาร์อยู่ภพกัมมะ อาจนำเรื่องการสื่อสาร ความสัมพันธ์ ความสวยงาม ความรับผิดชอบและโครงสร้างมารวมกันในพื้นที่การงาน แต่รูปแบบจริงจะขึ้นกับราศี องศาและความเป็นเจ้าเรือน

ภพว่างอ่านได้อย่างไร?

ภพว่างหมายถึงไม่มีดาวกำเนิดสถิตอยู่ในภพนั้น ไม่ได้หมายความว่าเจ้าชะตาจะไม่มีเรื่องของภพนั้น

วิธีอ่านภพว่างคือ

  1. ดูราศีที่ครองภพ
  2. หาดาวเจ้าเรือน
  3. ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพใด
  4. ตรวจสอบคุณภาพและมุมสัมพันธ์ของเจ้าเรือน
  5. ดูว่ามีดาวจรเข้าภพหรือกระทบเจ้าเรือนเมื่อใด

ตัวอย่างเช่น ภพกัมมะว่างไม่ได้หมายความว่าไม่มีอาชีพ ต้องดูว่าเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ที่ใด

หากเจ้าเรือนกัมมะไปอยู่ภพสหัชชะ งานอาจเชื่อมกับการติดต่อ สื่อสาร การเดินทาง การค้า เพื่อนหรือเครือข่าย แม้ภพกัมมะจะไม่มีดาวอยู่เลยก็ตาม

การสลับเรือนคืออะไร?

การสลับเรือนเกิดขึ้นเมื่อดาวเจ้าเรือนสองดวงต่างไปอยู่ในราศีหรือเรือนของกันและกัน

ตัวอย่างสมมุติ

  • ดาวพุธเป็นเจ้าเรือนกัมมะและไปอยู่เรือนของดาวศุกร์
  • ดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนลาภะและไปอยู่เรือนของดาวพุธ

ลักษณะเช่นนี้ทำให้เรื่องของสองภพเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น เช่น งานกับรายได้ งานกับเครือข่าย หรือการสื่อสารกับศิลปะ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับภพที่ดาวทั้งสองปกครองจริงในดวงนั้น

การสลับเรือนไม่ได้ให้ผลดีทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบคุณภาพดาว ภพที่เกี่ยวข้องและดาวที่เข้ามาสัมพันธ์ด้วย

ดาวจรเข้าภพหมายความว่าอย่างไร?

ดาวจรเข้าภพหนึ่ง หมายถึงเรื่องของภพนั้นมีแนวโน้มได้รับการกระตุ้นในช่วงเวลาหนึ่ง

ตัวอย่างเช่น

  • ดาวจรเข้าภพกดุมภะ อาจกระตุ้นเรื่องการเงิน ทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่าย
  • ดาวจรเข้าภพพันธุ อาจกระตุ้นเรื่องบ้าน ครอบครัวหรือที่อยู่อาศัย
  • ดาวจรเข้าภพปัตนิ อาจกระตุ้นความสัมพันธ์ หุ้นส่วนหรือสัญญา
  • ดาวจรเข้าภพกัมมะ อาจกระตุ้นเรื่องงาน หน้าที่และสถานะ
  • ดาวจรเข้าภพวินาศ อาจกระตุ้นงานเบื้องหลัง การพักฟื้น รายจ่ายหรือต่างแดน

อย่างไรก็ตาม ต้องดูธรรมชาติของดาวจร ความเป็นเจ้าเรือน มุมที่ทำกับดาวเดิม ระยะเวลาที่จร และพื้นดวงเดิมประกอบกัน

ดาวจรเพียงดวงเดียวไม่ควรถูกใช้พยากรณ์เหตุการณ์รุนแรงหรือเฉพาะเจาะจง

ตัวอย่างการอ่านภพและดาวเจ้าเรือน

สมมุติดวงหนึ่งมีลัคนาราศีกันย์และใช้ระบบ Whole Sign

  • ภพกดุมภะอยู่ราศีตุล
  • ดาวศุกร์เป็นเจ้าเรือนกดุมภะ
  • ดาวศุกร์ไปอยู่ราศีเมถุนในภพกัมมะ
  • ดาวพุธเป็นเจ้าเรือนกัมมะ
  • ดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ

สามารถอ่านเป็นลำดับได้ดังนี้

ขั้นที่ 1 เลือกเรื่อง

ต้องการพิจารณาการเงิน จึงเริ่มจากภพกดุมภะ

ขั้นที่ 2 หาเจ้าเรือน

ภพกดุมภะอยู่ราศีตุล ดาวศุกร์จึงเป็นเจ้าเรือนกดุมภะ

ขั้นที่ 3 ดูตำแหน่งเจ้าเรือน

ดาวศุกร์ไปอยู่ภพกัมมะ จึงเชื่อมเรื่องรายได้กับงาน อาชีพ หน้าที่และภาพลักษณ์สาธารณะ

ขั้นที่ 4 อ่านราศีของดาว

ดาวศุกร์อยู่ราศีเมถุน จึงเพิ่มความหมายด้านการสื่อสาร ข้อมูล การค้า ความหลากหลายหรือการติดต่อ

ขั้นที่ 5 ตามดูเจ้าเรือนปลายทาง

ภพกัมมะอยู่ราศีเมถุน มีดาวพุธเป็นเจ้าเรือน และดาวพุธไปอยู่ภพลาภะ จึงเชื่อมงานต่อไปยังรายได้ ผลสำเร็จและเครือข่าย

สังเคราะห์ความหมาย

เจ้าชะตาอาจสร้างรายได้ผ่านงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร การค้า ข้อมูล สื่อ การตลาดหรือการพบปะผู้คน และงานมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายหรือผลตอบแทน

นี่เป็นเพียงโครงสร้างการอ่าน ยังไม่ควรสรุปว่าจะร่ำรวยหรือประสบความสำเร็จจนกว่าจะตรวจสอบคุณภาพดาว องศา มุมสัมพันธ์และช่วงเวลาเพิ่มเติม

ลำดับการอ่านภพสำหรับผู้เริ่มต้น

เมื่อต้องการอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง สามารถใช้ลำดับนี้ได้

  1. กำหนดหัวข้อที่ต้องการอ่าน
  2. เลือกภพหลักของเรื่อง
  3. ดูราศีที่ครองภพ
  4. หาดาวเจ้าเรือน
  5. ดูว่าเจ้าเรือนไปอยู่ภพและราศีใด
  6. ตรวจสอบดาวที่อยู่ในภพหลัก
  7. ดูมุมสัมพันธ์ของดาวในภพและดาวเจ้าเรือน
  8. ตรวจสอบภพสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง
  9. พิจารณาดาวตนุลัคน์ ดวงอาทิตย์และดวงจันทร์
  10. ใช้ดาวจรเมื่อพิจารณาช่วงเวลา
  11. สังเคราะห์จากหลายปัจจัย
  12. หลีกเลี่ยงการตัดสินจากตำแหน่งเดียว

ข้อควรระวังในการอ่านเรือนชะตา

  • ภพว่างไม่ได้หมายความว่าไม่มีเรื่องนั้นในชีวิต
  • ดาวศุภเคราะห์ไม่ได้ให้ผลดีทุกสถานการณ์
  • ดาวบาปเคราะห์ไม่ได้ให้ผลร้ายทุกสถานการณ์
  • ภพมรณะไม่ได้หมายถึงความตายเสมอไป
  • ภพวินาศไม่ได้หมายถึงความพินาศเสมอไป
  • ภพปัตนิว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคู่
  • ภพกัมมะว่างไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีงาน
  • ไม่ควรวินิจฉัยโรคจากภพอริหรือดาวเพียงดวงเดียว
  • ไม่ควรพยากรณ์การเสียชีวิตจากภพมรณะ
  • ไม่ควรนำระบบเจ้าเรือนและมุมดาวจากหลายสำนักมาปะปนกัน
  • ต้องตรวจสอบเวลาเกิดก่อนยืนยันลัคนาและภพ
  • ควรใช้คำพยากรณ์เป็นแนวทางพิจารณา ไม่ใช่ข้อสรุปตายตัว

สรุป

เรือนชะตาทั้ง 12 ภพทำหน้าที่แบ่งชีวิตออกเป็นหัวข้อต่างๆ ตั้งแต่ตัวตน ทรัพย์สิน การสื่อสาร บ้าน ความคิดสร้างสรรค์ อุปสรรค ความสัมพันธ์ การเปลี่ยนแปลง ความรู้ การงาน ผลสำเร็จ ไปจนถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง

การอ่านภพอย่างถูกลำดับต้องพิจารณาทั้ง

  • ราศีที่ครองภพ
  • ดาวเจ้าเรือน
  • ภพที่ดาวเจ้าเรือนไปสถิต
  • ดาวที่อยู่ในภพ
  • คุณภาพของดาว
  • มุมสัมพันธ์
  • ภพที่เกี่ยวข้อง
  • ดาวจรหรือระบบพยากรณ์เวลา

หลักสำคัญคือ ดาวเจ้าเรือนจะนำความหมายของภพต้นทางไปเชื่อมกับภพปลายทาง ขณะที่ดาวซึ่งอยู่ในภพจะนำธรรมชาติของตนมาแสดงออกในพื้นที่ชีวิตนั้น

เมื่อเข้าใจความสัมพันธ์นี้ เราจะเริ่มมองเห็นว่าดวงชะตาไม่ได้ประกอบด้วยคำทำนายแยกส่วน แต่เป็นโครงข่ายของเรื่องราวที่เชื่อมโยงและส่งผลถึงกันทั้งดวง